พฤติกรรมสุขภาพและคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดถาวร ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ผู้แต่ง

  • อรอุมา คำวิพัฒน์ ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • ปิยนันท์ ดอนแถลง ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • มัณฑนา สังคมกำแหง ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ:

ผู้สูงอายุ, การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ , พฤติกรรมสุขภาพ , คุณภาพชีวิต, ภาวะเปราะบาง , โรคร่วม

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมสุขภาพกับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้สูงอายุที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดถาวร ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มาติดตามการรักษาที่งานการพยาบาลผู้ป่วยนอก จำนวน 97 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงตามเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนด ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม พ.ศ. 2568 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ นำไปทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน และหาค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค แบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพได้เท่ากับ 0.76 และแบบสัมภาษณ์คุณภาพชีวิตด้านสุขภาพได้เท่ากับ 0.86 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของสเปียร์แมน กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

ผลการศึกษา คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดถาวรโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 3.30, SD = 0.62) คะแนนเฉลี่ยคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 3.63, SD = 0.29) และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมสุขภาพและคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ มีความสัมพันธ์กันทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบการสอนและสื่อการเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจง โดยเน้นทักษะการตรวจนับชีพจรและการสังเกตอาการผิดปกติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดถาวรได้อย่างเป็นรูปธรรม

เอกสารอ้างอิง

จริญญา หงส์กาญจนกุล. (2566). การพยาบาลผู้ป่วยหัวใจเต้นช้า และได้รับการรักษาโดยใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดถาวร : กรณีศึกษา. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 3(3), 405-415.

ชยุดา ขอเจริญ, ภัทรศิริ พจมานพงศ์, และธีธัช อนันต์วัฒนสุข. (2566). ผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนร่วมกับแรงสนับสนุนของครอบครัวต่อความร่วมมือในการรักษาของผู้ป่วยที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร. วารสารวิจัยสุขภาพและพยาบาล, 39(3), 126-137.

ปริยาภรณ์ พฤกษหิรัญ. (2565). ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการทำกิจกรรมทางกายของผู้ป่วยที่ได้รับการใส่การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร. [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิพนันท์ ปันคำ, และนรลักขณ์ เอื้อกิจ. (2558). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก, 28(1), 129-141.

มันโซร์ ดอเลาะ. (2559). ปัจจัยทีมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีศึกษา: ตำบลบาละ อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา. [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.

รุจิกาญจน์ สานนท์, และฐานริณทร์ หาญเกียรติวงศ์. (2563). การประยุกต์ใช้ทฤษฎีปัญญาสังคมในการอธิบายพฤติกรรมสุขภาพ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 3(1), 12-22.

ลัดดาวัลย์ เพ็ญศรี, และนรลักขณ์ เอื้อกิจ. (2562). การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร : บทบาทพยาบาล. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 25(3), 255-269.

วริศรา ด้วงสกุล. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร. [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วริศรา ด้วงสกุล, และทัศนา ชูวรรธนะปกรณ์. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก, 29(1), 29-41.

ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. (2567). รายงานสถิติข้อมูลผู้ป่วยประจำปีที่เข้ารับการรักษาใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจในศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. งานเทคโนโลยีและสารสนเทศ.

อรรถพล เกิดอรุณสุขศรี, และภูริทัต แสงทองพานิชกุล. (2563). การศึกษาพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์บนพื้นฐานของปัจจัยส่วนบุคคลและแรงสนับสนุนทางสังคม. วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง, 64(2), 85-96.

Asia Pacific Heart Rhythm Society. (2021). The APHRS white book (9th ed.). https://www.aphrs.org/attachments/article/42/APHRS%20White%20Book%202021.pdf

Bloom, B.S. (1971). Mastery learning. In J. H. Block (Ed.), Mastery learning: Theory and practice (pp. 47-63). Holt, Rinehart & Winston.

Flinders University. (2023, August 31). New heart devices set the pace. https://news.flinders.edu.au/blog/2023/08/31/new-heart-devices-set-the-pace/

Glikson, M., Nielsen, J. C., Kronborg, M. B., Michowitz, Y., Auricchio, A., Barbash, I. M., Barrabés, J. A., Boriani, G., Braunschweig, F., Brignole, M., Burri, H., Coats, A. J. S., Deharo, J. C., Delgado, V., Diller, G. P., Israel, C. W., Keren, A., Knops, R. E., Kotecha, D., …Witte, K. K. (2022). 2021 ESC Guidelines on cardiac pacing and cardiac resynchronization therapy: Developed by the task force on cardiac pacing and cardiac resynchronization therapy of the European Society of Cardiology (ESC) with the special contribution of the European Heart Rhythm Association (EHRA). EP Europace, 24(1), 71-164. https://doi.org/10.1093/europace/euab232

Ghojazadeh, M., Azami-Aghdash, S., Sohrab-Navi, Z., & Kolahdouzan, K. (2015). Cardiovascular patients' experiences of living with pacemaker: Qualitative study. ARYA Atherosclerosis, 11(5), 281-288.

Polit, D. F., & Hungler, P. B. (1999). Nursing research: Principles and methods (6th Ed.). Lippincott Williams & Wilkins.

Stofmeel, M. A., van Stel, H. F., van Hemel, N. M., & Grobbee, D. E. (2005). The relevance of healthrelated quality of life in paced patients. International Journal of Cardiology, 102(3), 377–382. https://doi.org/10.1016/j.ijcard.2004.10.011

World Health Organization. (2012, March 1). The World Health Organization Quality of Life (WHOQOL). https://www.who.int/tools/whoqol

กรอบแนวคิดการวิจัย

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-30

รูปแบบการอ้างอิง

คำวิพัฒน์ อ., ดอนแถลง ป., & สังคมกำแหง ม. (2026). พฤติกรรมสุขภาพและคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดถาวร ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์, 16(2), 60–74. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnsurin/article/view/283992

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย