การพัฒนาระบบการพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก
คำสำคัญ:
การดูแลแบบเอื้ออาทร, โรคลมชักในเด็ก, ระบบการพยาบาล, การจัดการรายกรณี, การแพทย์ทางไกลบทคัดย่อ
ความเป็นมา: โรคลมชักในเด็กเป็นปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อนและต้องการการดูแลที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคลมชักและศึกษาประสิทธิผลของระบบในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
วิธีดำเนินการวิจัย: การวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการดูแลแบบเอื้ออาทรของ Swanson และแนวทางเวชปฏิบัติของสถาบันประสาทวิทยา เป็นกรอบแนวคิดเชิงเนื้อหา และใช้ทฤษฎีระบบเป็นกรอบในการดำเนินงาน กลุ่มตัวอย่างได้จากการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ประกอบด้วย เด็กโรคลมชัก 45 ราย ผู้ดูแลหลัก 45 ราย และพยาบาลที่ดูแล 55 ราย เก็บข้อมูลระหว่าง 1 กรกฎาคม 2567 – 20 มิถุนายน 2568 เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แนวปฏิบัติการพยาบาล แผนการพยาบาลแบบเอื้ออาทร และระบบติดตามผ่านระบบการแพทย์ทางไกล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน
ผลการวิจัย: พบว่าระบบการพยาบาลที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก คือ การพัฒนาสมรรถนะพยาบาลผู้จัดการรายกรณี การใช้แนวปฏิบัติการดูแลแบบ เอื้ออาทร 5 ขั้นตอน ระบบการส่งต่อข้อมูลแบบไร้รอยต่อ และการติดตามเยี่ยมบ้านผ่านระบบการแพทย์ทางไกล เมื่อประเมินผลลัพธ์ด้านประสิทธิผล พบว่าภายหลังการใช้ระบบ พยาบาลมีการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติเพิ่มขึ้นจากระดับปานกลางเป็นระดับมากที่สุด (p < .001) คะแนนความรู้และพฤติกรรมการดูแลของผู้ดูแลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) และมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ที่สำคัญ พบว่าอัตราการกลับมารักษาซ้ำภายใน 28 วัน และอัตราการกลับเข้าหอผู้ป่วยวิกฤต ลดลงจากร้อยละ 8.7 เป็นศูนย์
สรุป: ระบบการพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคลมชักช่วยเพิ่มคุณภาพการดูแลและสมรรถนะผู้ดูแลเด็กโรคลมชักอย่างมีประสิทธิภาพ อาจเป็นต้นแบบให้ผู้บริหารนำไปพัฒนาการดูแลผู้ป่วยเด็กโรคเรื้อรัง และขยายผลสู่เครือข่ายบริการสุขภาพได้อย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
Eslamian M, Shafiei H, Mojahed F, Bahreini A. Prevalence of epilepsy in children and adolescents worldwide: a literature overview. Health Providers. 2024;4:99–108.
Al-Harrasi M, Al-Siyabi W, Al-Busaidi M, Al-Adawi S. Caregivers’ knowledge on epilepsy and its relationship with quality of life. Eur J Med Health Sci. 2023;5:1–5.
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์. สถิติผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2562–2564. อุบลราชธานี: กลุ่มงานเวชระเบียน โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์; 2564.
ทินนกร ยาดี, บรรณาธิการ. แนวทางเวชปฏิบัติในการรักษาโรคลมชัก สำหรับแพทย์. กรุงเทพฯ: สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์; 2565.
ศักดิ์ขรินทร์ นรสาร, วิไลวรรณ วัฒนานนท์. พยาบาลผู้จัดการรายกรณี: บทบาทการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพาในชุมชน. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ 2560;40:138-145.
Swanson KM. Empirical development of a middle range theory of caring. Nursing Research 1991;40:161-6.
Tharakum E, Wisoon C. Implementing nurse-led case management guideline for vulnerable children and their families. J Thailand Nurs Midwif Counc 2024;39:64–82.
นุษพร ทองคำ, สุรศักดิ์ ตรีนัย. ผลของโปรแกรมการพยาบาลโดยใช้รูปแบบการดูแลของสแวนสันต่อพฤติกรรมการบริหารยาของผู้ปกครองเด็กวัยเรียนโรคลมชัก.วารสารกรมการแพทย์ 2564;46:15–23.
วรรษา แซ่อุ่ย. ประสิทธิผลของโปรแกรมการให้ความรู้โรคลมชักโดยใช้สื่อวีดีทัศน์ภาพการ์ตูนเคลื่อนไหวสำหรับผู้ดูแลเด็กโรคลมชัก. วารสารกรมการแพทย์ 2565;47:53-60.
ฤดีพร เพียสุพรรณ์, ชลิดา ธนัฐธีรกุล. ผลของโปรแกรมสนับสนุนและให้ความรู้ด้วยวีซีดี และคู่มือสุขภาพ ต่อพฤติกรรมการดูแลเด็กวัยเรียนโรคลมชักของผู้ดูแล.วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ 2560;40:11-21.
ยุภา เชิดโคกสูง. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเด็กโรคปอดอักเสบ โรงพยาบาลสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา. วารสารสุขศึกษา 2568;48:74-87.
ศิริรัตน์ วงศ์ประกรณ์กุล. ยุคใหม่ของการดูแลสุขภาพด้วยระบบนิเวศทางธุรกิจและเทเลเฮลธ์. Mahidol R2R e-Journal 2563;4:1-15.
Klotz KA, Borlot F, Scantlebury MH, Payne ET, Appendino JP, Schönberger J, Jacobs J. Telehealth for children with epilepsy is effective and reduces anxiety independent of healthcare setting. Front Pediatr 2021;9:642381.
พัชรีภรณ์ สุรนาทชยานันท์, วนิดา เคนทองดี, สุพัตรา กมลรัตน์. การพัฒนาระบบการพยาบาลผู้ป่วยภาวะติดเชื้อในโรงพยาบาลเลย. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2561;36:207–15.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในวิทยาลัยพยาบาลฯ ความรับผิดชอบเกี่ยวกับบทความแต่ละเรื่องผู้เขียนจะรับผิดชอบของตนเอง
