ปัจจัยที่มีผลต่อการมาฝากครรภ์ครั้งแรกภายใน 12 สัปดาห์ ของหญิงตั้งครรภ์ ที่มารับบริการ ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เขตอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม

ผู้แต่ง

  • พาณี พิมพนิตย์ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองนครพนม
  • ปาริฉัตร แสนรังค์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงติ้ว
  • ศิริรัจน์ อินทรเกษม วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม จังหวัดนครพนม

คำสำคัญ:

หญิงตั้งครรภ์, การฝากครรภ์ครั้งแรก, การฝากครรภ์

บทคัดย่อ

การมาฝากครรภ์ครั้งแรกภายใน 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์เป็นขั้นตอนสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพมารดาและทารก เนื่องจากช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยง วินิจฉัย และให้การดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที  การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาและเปรียบเทียบลักษณะทั่วไปและลักษณะทางสูติศาสตร์ของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ครั้งแรกก่อนและหลัง 12 สัปดาห์ และ (2) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการมาฝากครรภ์ครั้งแรกก่อน 12 สัปดาห์ เป็นการวิจัยแบบกรณีศึกษา-ควบคุมย้อนหลัง เก็บข้อมูลย้อนหลังจากเวชระเบียนของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 25 แห่ง และระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ จังหวัดนครพนม ปีงบประมาณ 2567 รวมจำนวนหญิงตั้งครรภ์ 146 ราย โดยมีผู้มาฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์จำนวน 90 ราย และหลัง 12 สัปดาห์จำนวน 56 ราย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการมาฝากครรภ์ด้วย การวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกพหุคูณ

ผลการวิจัย: พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญต่อการมาฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ ได้แก่ (1) การได้รับการดูแลจากสามี ซึ่งเพิ่มโอกาสในการมาฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ 2.46 เท่า (p < 0.05) และ (2) ระยะทางจากบ้านถึงสถานบริการสุขภาพ น้อยกว่า 5 กิโลเมตร เพิ่มโอกาสในการมาฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ 6.30 เท่า (p < 0.001) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า แรงสนับสนุนจากครอบครัวและการเข้าถึงบริการสุขภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ ดังนั้นควรมีการส่งเสริมบทบาทครอบครัว โดยเฉพาะคู่สมรส รวมถึงพัฒนาระบบบริการฝากครรภ์ให้เข้าถึงได้มากขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพสุขภาพมารดาและทารกในชุมชน

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. WHO antenatal care recommendations for a positive pregnancy experience. Maternal and fetal assessment update: Imaging ultrasound before 24 weeks of pregnancy: World Health Organization; 2022.

กรมอนามัย. คู่มือการฝากครรภ์สำหรับบุคลากรสาธารณสุข พ.ศ. 2565 [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 10 เม.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://hp.anamai.moph.go.th/th/manuals-of-official/209082

นันทิตา วงษ์สุวรรณ, เยาวมาลย์ วิรัตน์คำเขียว. ปัจจัยที่มีผลต่อการมาฝากครรภ์ครั้งแรกภายใน 12 สัปดาห์ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4. วารสารร้อยแก่นสารวิชาการ 2566;8:582-96.

ศิริรัตน์ อินทรเกษม, ดารุนนีย์ สวัสดิโชตติ์, ดัชนี สุวรรณคม, จรินทร โคตรพรม, วรนุช ไชยวาน. แนวทางในการส่งเสริมความสำเร็จในการดำรงบทบาทการเป็นมารดาวัยรุ่น: กรณีศึกษาจังหวัดนครพนม. วารสารพยาบาลทหารบก 2562;20:128-37.

ฐิติมา หาญสมบูรณ์. การประเมินผลการฝากครรภ์และภาวะสุขภาพมารดาและทารก อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม 2565;19:23-34.

Cohen S, Underwood LG, Gottlieb BH. Social support measurement and intervention. Social support measurement and intervention A guide for 356 health and social scientists. New York: Oxford University Press; 2000.

สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม. รายงานข้อมูลการฝากครรภ์. นครพนม: สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองนครพนม; 2567

Lakey B, Cohen S. Social support theory and measurement. Social support measurement and intervention: A guide for health and social scientists. 2000;2952.

ทิพย์วรรณ โพธิ์ตา,รุ่งรัตน์ ศรีสุริยเวศน์, พรนภา หอมสินธุ์. ปัจจัยสาเหตุของการฝากครรภ์ครั้งแรกล่าช้าของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นในชุมชน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2562;37:180–9.

หทัยรัตน์ รังสรรค์สฤษดิ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการมาฝากครรภ์ล่าช้ากว่า 12 สัปดาห์ของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ครั้งแรกในสถานบริการของรัฐเขตอำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอร์ทเทิร์น 2563;1:12-25.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

1.
พิมพนิตย์ พ, แสนรังค์ ป, อินทรเกษม ศ. ปัจจัยที่มีผลต่อการมาฝากครรภ์ครั้งแรกภายใน 12 สัปดาห์ ของหญิงตั้งครรภ์ ที่มารับบริการ ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เขตอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม. J Health Sci BCNSP [อินเทอร์เน็ต]. 30 ธันวาคม 2025 [อ้างถึง 24 มกราคม 2026];9(3):e282617 . available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnsp/article/view/282617

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย