การพัฒนากระบวนการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ โดยใช้การสนทนาสร้างแรงจูงใจ โรงพยาบาลท่าลี่ จังหวัดเลย
คำสำคัญ:
กระบวนการปฏิบัติการพยาบาล, โรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ , การสนทนาสร้างแรงจูงใจ, ทักษะการดูแลตนเองบทคัดย่อ
ความเป็นมา: การบูรณาการแนวคิดการสนทนาสร้างแรงจูงใจ (Motivational Interviewing: MI) ในการปฏิบัติการพยาบาลช่วยส่งเสริมการควบคุมระดับความดันโลหิตและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมโรคไม่ได้
วิธีดำเนินการวิจัย: การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากระบวนการปฏิบัติการพยาบาลสำหรับดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้โดยใช้ MI โรงพยาบาลท่าลี่ จังหวัดเลย ดำเนินการตามกรอบแนวคิดทฤษฎีระบบร่วมกับกระบวนการพยาบาล 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการ ระยะที่ 2 ออกแบบและพัฒนา ระยะที่ 3 ทดลองใช้ และระยะที่ 4 ประเมินผลและปรับปรุง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยพยาบาลวิชาชีพ 10 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง และผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ 40 คน คัดเลือกแบบง่าย เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกพฤติกรรมการดูแลตนเอง แบบบันทึกการสนทนา MI แบบติดตามผลความดันโลหิต แนวทางสนทนากลุ่มพยาบาล และแบบประเมินความพึงพอใจและการยอมรับ ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ได้ค่า CVI 0.83-0.90 และค่าความเชื่อมั่น 0.84 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา Paired t-test และ Chi-square test
ผลการวิจัย: พบว่า 1) ได้กระบวนการปฏิบัติการพยาบาลประกอบด้วยคู่มือและกิจกรรมโดยใช้ MI 6 ระยะ ได้แก่ การให้ข้อมูลสะท้อนกลับ ความรับผิดชอบในการตัดสินใจ การให้คำแนะนำ การเสนอทางเลือกความเข้าอกเข้าใจ และการส่งเสริมศักยภาพ 2) กลุ่มผู้ป่วยมีพฤติกรรมการดูแลตนเองในระดับมาก (M = 4.14, SD = 0.35) แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และสามารถควบคุมความดันโลหิตได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 80.00 กลุ่มพยาบาลมีความพึงพอใจและการยอมรับในระดับมากที่สุด (M = 4.62, SD = 0.25)
สรุป: กระบวนการปฏิบัติการพยาบาลที่บูรณาการ MI มีความเหมาะสมต่อการนำไปใช้ในคลินิกโรคเรื้อรัง และควรส่งเสริมการใช้ต่อเนื่องเพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. สคร.9 เตือนประชาชน เนื่องในวันความดันโลหิตสูงโลก “ควบคุมความดันโลหิต ยืดชีวิตให้ยืนยาว” [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 15 เม.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/odpc9/news.php?news=34026&deptcode=odpc9&news_views=6400
บงกช อนุฤทธิ์ประเสริฐ. คู่มือการพยาบาลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ สำหรับผู้ป่วยนอก. กรุงเทพ: โรงพยาบาลศิริราช; 2564.
กรมควบคุมโรค. โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [เข้าถึงเมื่อ 15 เม.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=52
กรมสุขภาพจิต. สนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสำหรับผู้ป่วย NCDs. กรุงเทพฯ: บียอนด์ พับลิสชิ่ง; 2560.
Miller WR, Rollnick S. Motivational interviewing: preparing people for change. 2nd ed. New York: Guilford Press; 2002.
Oseni TIA, Oku AO, Monye IN, Ahmed SD, Duke RE, Otaigbe O, et al. Effect of motivational interviewing on lifestyle modification (MILMAPH Study). West Afr J Med 2024;41:126-34. doi: 10.1101/2024.04.16.24305912.
Huang X, Xu N, Wang Y, Sun Y, Guo A. The effects of motivational interviewing on hypertension management: A systematic review and meta-analysis. Patient Educ Couns 202;112:107760. doi: 10.1016/j.pec.2023.107760.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึง 20 เม.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://lo.moph.go.th/lppho/fontend/?page=service_our&&topic=hdc
Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3: a flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods 2007;39:175-91. doi: 10.3758/bf03193146.
มิตรธิรา แจ่มใส, ธิติรัตน์ ราศิริ. ผลของโปรแกรมการสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับความดันโลหิตในผู้ป่วย ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุพรรณบุรี 2566;6:58-69.
สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. การประเมินคุณภาพแนวทางปฏิบัติสำหรับการวิจัยและการประเมินผล (Appraisal of Guideline for Research & Evaluation II; AGREE II) ฉบับภาษาไทย. นนทบุรี: สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์; 2556.
Hodkinson HM. Evaluation of mental test score for impairment in elderly. Age Ageing 1972;1:233-8.
กรมควบคุมโรค. รายงานการสำรวจและคัดกรองสภาวะสุขภาพ ประเด็นโรคไม่ติดต่อ ผ่าน Application smart อสม. ปี พ.ศ. 2566 [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 15 เม.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1541120240306043816.pdf
ฤทัยชนก สุขจ้อง, อุมาพร ปุญญโสพรรณ, ปิยะนุช จิตตนูนท์. ผลของโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจร่วมกับการสนับสนุนการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการชะลอไตเสื่อมและระดับความดันโลหิตในผู้ที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้. รามาธิบดีพยาบาลสาร 2563;27:61-76.
เสกสรร จวงจันทร์, พนิดา สารกอง, สายชล นิลเนตร. การศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการสนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อสนับสนุน การควบคุมความดันโลหิตของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุม ระดับความดันโลหิตไม่ได้ โรงพยาบาลโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2562;10:37-47.
พนิตนันท์ พรหมดำ, นิตยา สุขชัยสงค์. ประสิทธิผลของโปรแกรมการประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมรับประทานยาในผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงกรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก 2564;32:131-145.
Prochaska JO, Velicer WF. Transtheoretical model of health behavior change. Am J Health Promot 1997;12:38-48.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในวิทยาลัยพยาบาลฯ ความรับผิดชอบเกี่ยวกับบทความแต่ละเรื่องผู้เขียนจะรับผิดชอบของตนเอง
