การศึกษาปริมาณรังสีที่ร่างกายได้รับจากการถ่ายภาพเอกซเรย์ 2 มิติ ที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของการจัดท่าก่อนทำการฉายรังสีให้ผู้ป่วย

Main Article Content

ปานรัชนี เรืองทอง

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณรังสีที่ร่างกายได้รับจากการใช้ระบบภาพนำวิถี (IGRT) ตรวจสอบความถูกต้องของการจัดท่าก่อนการฉายรังสี ซึ่งในการทำ IGRT 1 ครั้ง จะต้องทำการถ่ายภาพ 2 ภาพที่ตั้งฉากกัน (AP และ LAT) ทำการศึกษาโดยนำแผนการรักษาของกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งช่องอกด้วยเทคนิคปรับความเข้มหมุนรอบตัวผู้ป่วย (VMAT) จำนวน 30 แผนการรักษา โดย จัดท่าหุ่นจำลองสมมูลเนื้อเยื่อชนิดแข็ง (solid water phantom) ตามตำแหน่งจุดตัดลำรังสีของแผนการรักษา (isocenter) จากนั้นติดอุปกรณ์วัดรังสีโอเอสแอลชนิดนาโนดอท (OSL Nanodot) ที่ผิวหุ่นจำลองตรงตำแหน่ง isocenter ทั้งด้าน AP และ LAT ทำการถ่ายภาพเอกซเรย์ทั้ง 2 ด้าน ด้วยชุดอุปกรณ์สร้างภาพเพื่อตรวจสอบตำแหน่งการรักษาของเครื่องเร่งอนุภาคยี่ห้อ Elekta รุ่น Infinity แล้วอ่านค่าปริมาณรังสีที่วัดได้ จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติวิเคราะห์ Student t-test ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% พบว่า ค่าเฉลี่ยปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับจากทำ IGRT แต่ละครั้งในด้าน AP, LAT และในแนวที่ลำรังสีทั้งสองมารวมกัน (AP+LAT) คือ 0.574, 0.653 และ 1.228 mGy ตามลำดับ และเมื่อเทียบกับปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยควรได้รับจากกระบวนการสร้างภาพเพื่อตรวจสอบตำแหน่งการรักษาก่อนการฉายรังสีแต่ละครั้งตามที่ AAPM-TG 75 กำหนดให้ไม่เกินร้อยละ 0.2 ของปริมาณรังสีที่ต้องการสำหรับการรักษานั้น1 พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.000) ดังนั้นจึงสามารถใช้ระบบภาพนำวิถีมาใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของตำแหน่งการรักษาก่อนการฉายรังสีให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งบริเวณช่องอก รวมถึงผู้ป่วยโรคมะเร็งบริเวณบริเวณอื่น ๆ ได้ และสามารถทำได้มากกว่า 1 ครั้งต่อการฉายรังสีแต่ละครั้ง ซึ่งโดยปกติในการรักษาด้วยรังสี พบว่าปริมาณรังสีที่ต้องการสำหรับผู้ป่วยมะเร็งบริเวณช่องอกคือ 50-60 เกรย์ ซึ่งจะแบ่งการฉายเป็น 25-30 ครั้ง นั่นคือปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยจะได้รับในกระบวนการดังกล่าวจึงไม่ควรเกิน 100 มิลลิเกรย์ ตลอดการรักษา

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Murphy MJ, Balter J, Balter S, BenComo JA Jr, Das IJ, Jiang SB, et al. “The management of imaging dose during image-guided radiotherapy: Report of the AAPM Task Group 75”. Med Phys. 2007; 34: 4041-3.

Latty D, Stuart KE, Wang W, Ahern V. Review of deep inspiration breath-hold techniques for the treatment of breast cancer. J Med Radiat Sci. 2015; 62:74-81.

Broderick M, Menezes G, Leech M, Coffey M, Appleyard RM. “A comparison of kilovoltage and megavoltage cone beam CT in radiotherapy J of Radiother in pract. 2007; 6: 173-8.

ทวีป แสงแห่งธรรม. ระบบภาพในงานรังสีรักษา (Imaging in radiotherapy). มะเร็งวิวัฒน์ วารสารสมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย. 2559; 22: 16-23.

Foulkes KM, Ostwald PM, Kron T. A clinical comparison of different film systems for radiotherapy portal imaging. Med Dosim. 2001; 26: 281-4.

Herman MG, Kruse JJ, Hagness CR. Guide to clinical use of electronic portal imaging. J App Clin Med Phys. 2000; 1: 38-57.

Sorcini B, Tilikidis. A clinical application of image-guided radiotherapy, IGRT (on the Varian OBI platform). Cancer radiotherapy, 2006; 10: 252-7.

Yin FF, Wong J, Balter J, et al. The role of in-room kV X-ray imaging for patient setup and target localization. AAPM Report No. 104. Collage Park, ND: AAPM; 2009.

Ma CM, Paskalve K. In-room CT techniques for image-guide radiation therapy. Med Dosim. 2006; 30: 30-9.

Gurjar OP, Mishra SP, Bhandari V, Pathak P, Pant S, Patel P. A study on the necessity of kV-CBCT imaging compared to kV-orthogonal portal imaging based on set up errors: considering other socioeconomical factors. J Cancer Res Ther. 2014; 10: 583-6.

Dawson LA, Sharpe MB. “Image-guided radiotherapy: rational, benefit, and limitations”. Lancet Oncol. 2006; 7: 848-58.

ลัดดา เย็นศรี. การศึกษาเปรียบเทียบปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับจากการถ่ายภาพรังสีทรวงอกด้วยระบบ CR และ DR. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2559; 3: 129-39.

เขมิกา เกื้อพิทักษ์, จุฑามาศ ทนานนท์, ปนัสดา อวิคุณประเสริฐ, สุนิสา แสงสว่าง, จิรภัทร เรืองศรีตระกูล, วิทิต ผึ่งกัน,และคณะ. การศึกษาปริมาณรังสีและปริมาณรังสีกระเจิงจากการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในหุ่นจำลอง.วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2562; 26:19-28.