แบบแผนการใช้ยาเฮปารินที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำในผู้ป่วยมะเร็งชาวไทยที่มีภาวะลิ่มเลือดหลุดอุดหลอดเลือด
บทคัดย่อ
ผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำ (venous thromboembolism: VTE) มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่มี VTE 2-6 เท่า เฮปารินที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ (low molecular weight heparin: LMWH) เป็นยาที่เป็นตัวเลือกแรกสำหรับรักษาผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะนี้ LMWH ที่มีการสั่งใช้มากที่สุดได้แก่ enoxaparin ซึ่ง NCCN และ ASCO แนะนำให้ใช้ในขนาด 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมวันละ 2 ครั้งหรือ 1.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมวันละ 1 ครั้ง และปรับขนาดยาตามการทำงานของไต อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติพบว่ามีความหลากหลายในแบบแผนการใช้ยาเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแบบแผนการใช้ยา LMWH ในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะ VTE ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลจากเวชระเบียนของผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะ VTE และได้รับยา LMWH ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระหว่างปี พ.ศ. 2557-2562 ผลการศึกษาพบว่า รวบรวมผู้ป่วยได้ 140 ราย ส่วนใหญ่ร้อยละ 59 เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 60 ± 15 ปี โรคมะเร็งที่พบมากที่สุดคือมะเร็งปอดพบ ร้อยละ 33.6 ส่วนใหญ่ร้อยละ 85.7 โรคอยู่ในระยะลุกลาม ภาวะ VTE ที่พบส่วนใหญ่เป็นภาวะลิ่มเลือดหลุดอุดหลอดเลือดดำที่ขา (deep vein thrombosis: DVT) พบร้อยละ 51 ผู้ป่วยทั้งหมดได้รับยาอินอกซาพาริน เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานคำแนะนำการให้ยาพบว่าผู้ป่วยร้อยละ 50 ได้ยาในขนาดมาตรฐาน ขณะที่ร้อยละ 45 ได้รับยาขนาดต่ำกว่ามาตรฐานและร้อยละ 5 ได้รับยาขนาดสูงกว่ามาตรฐาน เมื่อติดตามเป็นระยะเวลา 3 เดือนขึ้นไปพบว่า ผู้ป่วยร้อยละ 72.9 และ 71.4 มีการบันทึกการตอบสนองต่อการรักษาโดยระบุอาการทางคลินิกและได้รับการติดตามด้วยภาพถ่ายทางรังสีวิทยาของหลอดเลือดตามลำดับ นอกจากนั้นยังพบว่ามีผู้ป่วยร้อยละ 11.4 มีเลือดออก ผู้ป่วยที่ได้รับยา LMWH ขนาดสูงกว่ามาตรฐานเกิดภาวะเลือดออกมากกว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาขนาดมาตรฐานหรือต่ำกว่ามาตรฐาน (ร้อยละ 57, 8.6 และ 9.5 ตามลำดับ, P=0.000) โดยสรุปการศึกษานี้พบว่า ผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะ VTE ร่วมด้วยส่วนใหญ่ได้รับยา LMWH ขนาดมาตรฐานและได้รับการติดตามผลการรักษาด้วยการประเมินอาการทางคลินิกและภาพถ่ายทางรังสีวิทยาของหลอดเลื อดในสัดส่วนใกล้เคียงกัน และการได้รับยาขนาดสูงกว่ามาตรฐานมีความสัมพันธ์กับภาวะเลือดออก
เอกสารอ้างอิง
Arklel YS. Thrombosis and cancer. Semin Oncol 2000;27:362-74.
Trousseau A. Phlegmasia alba dolens. Clinique Medicale de l’ hotel-dieu de Paris. London: New Sydenham Society, 1865;3:94.
Blom JW, Doggen CJ, Osanto S, Rosendaal FR. Malignancies, prothrombotic mutations, and the risk of venous thrombosis. JAMA 2005;293:715-22.
SØrensen HT, Mellemkjaer L, Olsen JH, Baron JA. Prognosis of cancers associated with venous thromboembolism. N Engl J Med 2000;343:1846-50.
Khorana AA, Francis CW, Culakova E, Kuderer NM, Lyman GH. Thromboembolism is a leading cause of death in cancer patients receiving outpatient chemotherapy. J Thromb Haemost 2007;5:632-4.
ฉัตรวดี ลิ้มไพบูลย์, กมลวรรณ จึงมีโชค, ศุภขจี แสงเรืองอ่อน. การศึกษาความชุกของภาวะหลอดเลอืดแดงปอดอุดตันจากลิ่มเลือดในผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง โดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง 64 สไลซข์องช่องอก ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า. เวชสารแพทย์ทหารบก 2554;64:19-27.
Mutirangura, P, Rüengsethakit, C, Wongwanit, C. Epidemiologic analysis of proximal deep vein thrombosis in Thai patients: malignancy, the predominant etiologic factor. Int J Angiol 2004;13:81-3.
National Comprehensive Cancer Network. CancerAssociated Venous Thromboembolic Disease (Version 1.2014). Available at: http://williams.medicine. wisc.edu/vtecancer.pdf. Accessed April 12, 2018.
Lee AY, Levine MN, Baker RI, Bowden C, Kakkar AK, Prins M, et al. Low-molecular-weight heparin versus a coumarin for the prevention of recurrent venous thromboembolism in patients with cancer. N Engl J Med 2003;349:146-53.
Donnellan E, Kevane B, Bird BR, Ainle FN. Cancer and venous thromboembolic disease: from molecular mechanisms to clinical management. Curr Oncol 2014;21:134-43.
De Martino RR, Goodney PP, Spangler EL, Wallaert JB, Corriere MA, Rzucidlo EM, et al. Variation in thromboembolic complications among patients undergoing commonly performed cancer operations. J Vasc Surg 2012;55:1035-40.
KrÖger K, Weiland D, Ose C, Neumann N, Weiss S, Hirsch C, et al. Risk factors for venous thromboembolic events in cancer patients. Ann Oncol 2006;17:297-303.
Khorana AA, Carrier M, Garcia DA, Lee AY. Guidance for the prevention and treatment of cancer-associated venous thromboembolism. J Thromb Thrombolysis 2016;41:81-91.
Meyer G, Marjanovic Z, Valcke J, Lorcerie B, Gruel Y, Solal-Celigny P, et al. Comparison of low-molecular-weight heparin and warfarin for the secondary prevention of venous thromboembolism in pa-tients with cancer: a randomized controlled study. Arch Intern Med 2002;162:1729-35.
Deitcher SR, Kessler CM, Merli G, Rigas JR, Lyons RM, Fareed J; ONCENOX Investigators. Secondary prevention of venous thromboembolic events in patients with active cancer: enoxaparin alone versus initial enoxaparin followed by warfarin for a 180-day period. Clin Appl Thromb Hemost 2006;12:389-96.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความทีตีพิมพ์ในวารสารโรคมะเร็งนี้ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ของมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และผลงานวิชาการหรือวิจัยของคณะผู้เขียน ไม่ใช่ความคิดเห็นของบรรณาธิการหรือผู้จัดทํา
