การพัฒนาเครื่องมือและแนวปฏิบัติในการคัดแยกผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ สำหรับอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ในเทศบาลนครยะลา
คำสำคัญ:
การพัฒนาเครื่องมือ, แนวปฏิบัติในการคัดแยกผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ, อาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)พัฒนาเครื่องมือและแนวปฏิบัติในการคัดแยกผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ ของอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ในเขตเทศบาลนครยะลา 2) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของเครื่องมือและแนวปฏิบัติในการคัดแยกผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ ของอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ในเขตเทศบาลนครยะลาที่พัฒนาขึ้น วิธีการศึกษา: การวิจัยเป็นแบบวิจัยและพัฒนา (R&D) ดำเนินการระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึงธันวาคม 2567 แบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ (1) การวิเคราะห์สถานการณ์และสถิติจากระบบ ITEMS 4.0 (2) การออกแบบและพัฒนาเครื่องมือ ซึ่งผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 0.95 และค่าความเชื่อมั่น (Cronbach’s Alpha) เท่ากับ 0.954 (3) การทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงซึ่งเป็นอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ (EMR) จำนวน 46 คน เป็นระยะเวลา 3 เดือน และ (4) การประเมินความแม่นยำและประสิทธิภาพในภาพรวม ผลการศึกษา: พบว่า (1) ระดับความความเหมาะสมและการนำไปใช้ ได้จริงของเครื่องมือและแนวปฏิบัติในการคัดแยกผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ อยู่ในระดับมากที่สุด (4.72 ± 0.62 จากคะแนนเต็ม 5) (2) ระดับความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือและแนวปฏิบัติในการคัดแยกผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุอยู่ในระดับมาก (13.78 ± 2.32 จากคะแนนเต็ม 20) (3) ประสิทธิภาพการคัดแยกผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ การใช้เครื่องมือคัดแยกผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุแบ่งเป็นรายข้อ พบว่า ประสิทธิภาพที่กลุ่มตัวอย่างทำเหมาะสมมากที่สุด คือ ภาวะช็อค (sign of shock) (ร้อยละ 98) รองลงมาประเมินค่า ออกซิเจนในเลือด (ร้อยละ 96) และ (4) หลังการพัฒนาเครื่องมือนำมาใช้ในการคัดแยกผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ พบว่าประสิทธิภาพ ของเครื่องในการคัดแยกผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ มีประสิทธิภาพสูง คิดเป็นร้อยละ 90 สรุป: เครื่องมือและแนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ได้จริงในการปฏิบัติงาน ณ จุดเกิดเหตุ โดยผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ประสิทธิภาพการนำเครื่องมือไปใช้มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพของเครื่องมืออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในขณะที่ปัจจัยด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษาและประสบการณ์การทำงานไม่มีความแตกต่างกันต่อประสิทธิภาพการใช้งาน
เอกสารอ้างอิง
กฤษณา สังขมุณีจินดา, รุ่งนภา จันทรา, ภัคณัฐ วีรขจร, พงศ์ธร จันทเตมีย์, ยินดี ชูจันทร์, วรรณดี ศุภวงศานนท์. การพัฒนาเครื่องมือและแนวปฏิบัติในการคัดแยกผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุสำหรับอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี 2561;8(3):4-9.
ธนภรณ์ พรรณราย. ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 4 พ.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://shorturl.asia/7bOFn
เทพีรัตน์ เทศประสิทธิ์. การพัฒนาระบบการคัดแยกประเภทผู้ป่วยงานผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุฉุกเฉิน โรงพยาบาลโชคชัย. วารสารวิชาการแพทย์เขต 9 2564;15(36):160-78.
บุรทิน ขำภิรัฐ. การพัฒนาเครื่องมือวิจัย: ขั้นตอนการพัฒนาเครื่องมือ. ใน: เอกสารประกอบการสอนวิชาการวิจัยทางเทคโนโลยีการศึกษา. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี; 2555.
พรพิชิต สุวรรณศิริ, อานนท์ ศิลาเพชร, นิธิ มะลิทิพย์. ปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์: เอกสารประกอบการสอนวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์โรงเรียนนาวิกเวชกิจ ศูนย์วิทยาการ กรมแพทย์ทหารเรือ. กรุงเทพฯ: กรมแพทย์ทหารเรือ; 2563.
พรวิภา ยะสอน. ผลการใช้แนวทางการคัดแยกผู้ป่วย งานการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช. ตาก: โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช; 2566.
ภวัติ ต้นประสิทธิ์. การรับมือกับอุบัติภัยหมู่ (Mass-Casualty Incident: MCI). ER Goldbook [อินเทอร์เน็ต]. 2555 [เข้าถึงเมื่อ 4 พ.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://url.in.th/kwRVD
รัชนีวรรณ อังกสิทธิ์. การพัฒนาคุณภาพการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน งานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน. วารสารสุขภาพและการพยาบาลสาธารณสุข 2567;3(2):34-52.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. สถานการณ์และแนวโน้มสุขภาพและการแพทย์ฉุกเฉิน (ระดับโลกและประเทศไทย): ร้อยละสาเหตุของการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยฉุกเฉิน พ.ศ. 2559-2563. นนทบุรี: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ; 2565.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. แผนหลักการแพทย์ฉุกเฉิน (แผนปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน): สถานการณ์และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับโลกและระดับประเทศ พ.ศ. 2566-2570. นนทบุรี: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ; 2566.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. รายงานสถิติการแพทย์ฉุกเฉิน: การประเมินการนำส่ง การจำแนกตามระดับความรุนแรง รายหน่วยปฏิบัติการ พ.ศ. 2565-2566. นนทบุรี: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ; 2567.
Açıksarı K, Koçak M, Solakoğlu GA, Bodas M. The effect of multiple triage points on the outcomes (time and accuracy) of hospital triage during mass casualty incidents. Istanbul: Istanbul Medeniyet University; 2024.
Alhawatmeh H, Rawashdeh S, Abuhammad S, Alwidyan MT, Albataineh R. The speed and accuracy of prehospital triage for simulated disaster patients: comparing prehospital emergency triage rapid algorithm (PETRA) and simple triage and rapid treatment (START). Electron J Gen Med. 2024;21(5):364-75.
Carenzo L, Gamberini L, Crimaldi F, Colombo D, Ingrassia PL, Ragazzoni L, et al. Factors affecting the accuracy of prehospital triage application and prehospital scene time in simulated mass casualty incidents. Scand J Trauma Resusc Emerg Med 2024;32(1):97.
Fuller G, Baird J, Keating S, Miller J, Pilbery P, Kean N, et al. The accuracy of prehospital triage decisions in English trauma networks – a case-cohort study. Scand J Trauma Resusc Emerg Med 2024;32(1):47.
Turkdogan KA, Uğurlu Y, Altinarik S, Türk O, Türkmen F, Özder L, et al. Correct triage at the scene increases success in the ED: Sabiha Gökçen Airport plane accident. Ulus Travma Acil Cerrahi Derg 2022;29(1):94-9.
Pattanarattanamolee R, Buranasakda M, Piyawatwela T. Reliability and validity of the revised triage sieve in daily emergency medical service situations. The Clinical Academia 2020;44(2):48-56.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ถือเป็นผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ วิจารณ์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และผู้นิพนธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง