ปัจจัยด้านการทำงานและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือในการใช้ยาในผู้ป่วยวัยทำงาน โรคความดันโลหิตสูงที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ณ โรงพยาบาลตติยภูมิ แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

ผู้แต่ง

  • ปาลิตา ราชมณี ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • พรชัย สิทธิศรัณย์กุล ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำสำคัญ:

ผู้ป่วยวัยทำงาน, ปัจจัยด้านการทำงาน, ความร่วมมือในการใช้ยา, โรคความดันโลหิตสูง

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัจจัยด้านการทำงานและปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือในการใช้ยาและระดับความร่วมมือในการใช้ยาในผู้ป่วยวัยทำงานที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ณ โรงพยาบาลตติยภูมิแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร วิธีการศึกษา: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์ภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ณ โรงพยาบาลตติยภูมิแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จำนวน 402 คน คัดเลือกโดยวิธีสุ่มตัวอย่างอย่างเป็นระบบ เก็บข้อมูลในช่วงเดือน พฤษภาคม ถึง มิถุนายน พ.ศ. 2568 ผู้วิจัยเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามประกอบด้วย ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคล, ปัจจัยด้านการใช้ยา, ปัจจัยด้านการทำงาน และความร่วมมือในการใช้ยา ซึ่งได้จากแบบประเมิน Medication Adherence Questionnaire-20 ซึ่งแบบประเมินนี้มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคเท่ากับ 0.657 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ประกอบด้วยการวิเคราะห์ความสัมพันธ์แบบสองตัวแปร และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์แบบหลายตัวแปร ด้วยสถิติการถดถอยโลจิสติกเชิงพหุ รายงานด้วยค่าอัตราส่วนแต้มต่ออย่างหยาบ (Crude Odds Ratio) อัตราส่วนแต้มต่อที่ควบคุมอิทธิพลของตัวแปรอื่นแล้ว (Adjusted Odds Ratio) และช่วงความเชื่อมั่น ผลการศึกษา: ผู้ป่วยวัยทำงานโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ในกลุ่มตัวอย่างมีความร่วมมือในการใช้ยาในระดับเพียงพอ ร้อยละ 89.80  เมื่อควบคุมปัจจัยอื่นที่มีอิทธิพลแล้ว พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงข้ามกับความร่วมมือในการใช้ยามีดังนี้ 1) ระยะเวลาในการป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง (6-10 ปี) (aOR = 0.04, 95% CI 0.00-0.39); 2) การสูบบุหรี่ (aOR = 0.08, 95% CI 0.01-0.69); 3) วิธีการลดการบริโภคเกลือ โดยการเลือกซื้ออาหาร (aOR = 0.001, 95% CI 0.00-0.31); และ 4) เวลาในการรับประทานอาหารไม่สม่ำเสมอในวันทำงาน (aOR = 0.08, 95% CI 0.01-0.46) ปัจจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์ทางสถิติที่มีนัยสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระยะเวลาในการป่วยที่ยาวนาน การสูบบุหรี่ วิธีการลดการบริโภคเกลือ โดยการเลือกซื้ออาหารและเวลาในการรับประทานอาหารไม่สม่ำเสมอล้วนมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงข้ามกับความร่วมมือในการใช้ยา สรุป: การดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควรมีโปรแกรมหรือระบบที่ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้ป่วยที่มีระยะเวลาป่วยนาน ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้ควรแตกต่างจากโปรแกรมสำหรับผู้ป่วยใหม่ โดยมีการนัดหมายติดตามผลอย่างสม่ำเสมอและการแก้ไขปัญหาความร่วมมือในการใช้ยา นอกจากนี้ ผู้ให้บริการสุขภาพควรให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการเลิกบุหรี่ และเน้นย้ำถึงผลกระทบจากการสูบบุหรี่ต่อการควบคุมความดันโลหิต รวมถึงการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับปริมาณโซเดียมที่แฝงในอาหารแปรรูปและวิธีการอ่านฉลากโภชนาการอย่างถูกต้อง สำหรับผู้ป่วยที่มีเวลาในการรับประทานอาหารไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน ควรจัดเตรียมแผนการใช้ยาที่ยืดหยุ่นและคำแนะนำในการจัดการกับกิจวัตรประจำวันเพื่อเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยาและผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การตีความผลลัพธ์ในด้านวิธีการเลือกซื้ออาหารและระยะเวลาการเจ็บป่วยควรทำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากช่วงความเชื่อมั่นทางสถิติที่กว้างซึ่งอาจเกิดจากจำนวนกลุ่มตัวอย่างย่อยมีจำนวนน้อย

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. First WHO report details devastating impact of hypertension and ways to stop it [Internet]. 2023 [cited 2024 Nov 10]. Available from: https://shorturl.asia/4A9ra

Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ. คนไทย 13 ล้านคนเป็นโรคความดันโลหิตสูง เกือบครึ่งไม่รู้ตัวว่าป่วย [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 10 พ.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://shorturl.asia/kSfFr

He FJ, Li J, Macgregor GA. Effect of longer-term modest salt reduction on blood pressure. Cochrane Database Syst Rev 2013(3).

นวลพรรณ ระโหฐาน, ขวัญเรือน อวิชา, ทีปทัศน์ ชินตาปัญญากุล. อิทธิพลของความเชื่อเกี่ยวกับการรับประทานยาต่อความร่วมมือในการรับประทานยาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วารสารสุขภาพและการพยาบาล มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 2567;3(2):63-78.

Sherman BW, Lynch WD. The association of smoking with medical treatment adherence in the workforce of a large employer. Patient Prefer Adherence 2014;8:477-86.

Saha SK, Adhikary A, Jha A, Mehta VK. Using Food Timing as an Intervention to Improve Medication Compliance. Int J Reliab Qual E Healthcare 2021;10(3):16-31.

Ramón-Arbués E, Granada-López J-M, Martínez-Abadía B, Echániz-Serrano E, Antón-Solanas I, Jerue BA. The Association between Diet and Sleep Quality among Spanish University Students. Nutrients 2022;14(16):3291.

ประกาศิต ภักดี. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยนอกโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน 2566;8(3):928–35.

Health Systems Research Institute (HSRI). Research and Development of Medication Adherence Questionnaire for Thai Patients with Non-Communicable Diseases [Internet]. 2023 [cited 2025 Jan 13]. Available from: https://shorturl.asia/XbYsI

พุทธชาติ ฉันทภัทรางกูร. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยนอกโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. เภสัชกรรมคลินิก 2566;29(1):13-24.

จิตตวดี เหรียญทอง,จิราภรณ์ เตชะอุดมเดช, กาญจนา ธานะ, ทรรศลักษณ์ ทองหงส์, จุฬาลักษณ์ เอกสุวรรณ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความร่วมมือในการใช้ยาในผู้สูงอายุที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2565;49(3):149–61.

Tolley A, Grewal K, Weiler A, Papameletiou AM, Hassan R, Basu S. Factors influencing adherence to non-communicable disease medication in India: secondary analysis of cross-sectional data from WHO-SAGE2. Front Pharmacol 2023;14:1183818.

Kvarnström K, Westerholm A, Airaksinen M, Liira H. Factors Contributing to Medication Adherence in Patients with a Chronic Condition: A Scoping Review of Qualitative Research. Pharmaceutics 2021;13(7):1100.

Kengne AP, Brière JB, Zhu L, Li J, Bhatia MK, Atanasov P, et al. Impact of poor medication adherence on clinical outcomes and health resource utilization in patients with hypertension and/or dyslipidemia: systematic review. Expert Rev Pharmacoecon Outcomes Res 2024;24(1):143-54.

Ferreira PD Jr, Simoes JA Sr, Velho DC Sr. Adherence to antihypertensive therapy and its determinants: a systematic review. Cureus 2024;16(5).

Janz NK, Becker MH. The health belief model: a decade later. Health Educ Q 1984;11(1):1-47.

ศิราณี ปัญญามานะรุ่ง. การศึกษาความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยสูงอายุโรคเบาหวาน ณ คลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมื่อ 10 พ.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://shorturl.asia/ANkIX

Lee YW, Tseng CN. Review the factors associated with dietary sodium adherence in patients with heart failure from selected research-based literatures. BMC Nutr 2022;8(1):41.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-30

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ราชมณี ป, สิทธิศรัณย์กุล พ. ปัจจัยด้านการทำงานและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือในการใช้ยาในผู้ป่วยวัยทำงาน โรคความดันโลหิตสูงที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ณ โรงพยาบาลตติยภูมิ แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร. JPMAT [อินเทอร์เน็ต]. 30 เมษายน 2026 [อ้างถึง 27 สิงหาคม 2026];16(1):32-49. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JPMAT/article/view/282888

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ