ความเหนื่อยล้าเนื่องจากการทำงาน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิชั้นสูงแห่งหนึ่ง ในประเทศไทย
คำสำคัญ:
ความเหนื่อยล้าเนื่องจากการทำงาน, พยาบาลวิชาชีพบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเหนื่อยล้าเนื่องจากการทำงานในพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิชั้นสูงแห่งหนึ่งในประเทศไทย วิธีการศึกษา: การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาภาคตัดขวาง โดยใช้การสุ่มตัวอย่างอย่างเป็นระบบในพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิชั้นสูงแห่งหนึ่งในประเทศไทย จำนวน 220 คน ผ่านแบบสอบถาม Occupational Fatigue Exhaustion Recovery Scale (OFER-15) แปลไทย ฉบับปรับปรุง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมานเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษา: ความชุกความเหนื่อยล้าเรื้อรัง ความเหนื่อยล้าเฉียบพลันเนื่องจากการทำงาน และการฟื้นตัวระหว่างกะ ในพยาบาลวิชาชีพอยู่ที่ ร้อยละ 48.20, 60.90 และ 53.20 ตามลำดับ สำหรับความเหนื่อยล้าเรื้อรังเนื่องจากการทำงาน พบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน ได้แก่ภาวะซึมเศร้า แนวโน้มที่จะลาออกปานกลาง/สูง สถานะสุขภาพปานกลาง และ จำนวนผู้เชี่ยวชาญ
ไม่เพียงพอ (p < 0.05) ในขณะที่การดื่มแอลกอฮอล์ มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงข้าม สำหรับความเหนื่อยล้าเฉียบพลันเนื่องจากการทำงาน พบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน ได้แก่ภาวะซึมเศร้า แนวโน้มที่จะลาออกปานกลาง/สูง สถานะสุขภาพปานกลาง การทำงานเดิมซ้ำ ๆระดับปานกลาง ประสบการณ์ตำแหน่งปัจจุบันที่มากกว่า 2 - 10 ปี จำนวนผู้เชี่ยวชาญไม่เพียงพอ และ นโยบายที่เอื้อต่อผู้ปฏิบัติงานในระดับควรปรับปรุง/ไม่ค่อยดี (p < 0.05) สำหรับการฟื้นตัวระหว่างกะ พบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงข้าม ได้แก่ ภาวะซึมเศร้า ภาวะนอนไม่หลับ แนวโน้มที่จะลาออกปานกลาง/สูง และ การทำงานเดิมซ้ำ ๆ ระดับปานกลาง (p < 0.05) สรุป: ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านร่างกายและจิตใจ ปัจจัยด้านองค์กร และลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับความเหนื่อยล้าทั้งแบบเรื้อรังและเฉียบพลัน รวมถึงหลายปัจจัยสัมพันธ์กับการฟื้นตัวระหว่างกะของพยาบาล การพัฒนานโยบายสนับสนุนการทำงาน การเพิ่มบุคลากรที่เพียงพอ และการส่งเสริมสุขภาพจิต อาจช่วยลดความเหนื่อยล้าและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของพยาบาลได้
เอกสารอ้างอิง
Victoria W. Work-related fatigue: A guide for employers. 3rd ed. Victoria: WorkSafe Victoria; 2020.
Caboral-Stevens M, Raymond D 3rd, Evangelista LS. Well-Being, Occupational Fatigue, and Sleep Quality among Filipino Nurses working during COVID-19. Asia J Nurs Educ Res 2023;13(1):67-72.
Cai S, Lin H, Hu X, Cai YX, Chen K, Cai WZ. High fatigue and its associations with health and work related factors among female medical personnel at 54 hospitals in Zhuhai, China. Psychol Health Med 2018;23(3):304-16.
Kop WJ, Kupper HM. Fatigue and Stress. In: Fink G, editor. Stress: Concepts, Cognition, Emotion, and Behavior. Oxford: Academic Press; 2016. p. 345-50.
นริศรา ศรีโพธิ์, อรวรรณ แก้วบุญชู, เพลินพิศ บุณยมาลิก, ธเนษฐ เทียนทอง. ปัจจัยทำนายความผูกพันในงานของพยาบาลวิชาชีพในประเทศไทย. วารสารสภาการพยาบาล 2565;37(4):170-85.
Ho JC, Lee MB, Chen RY, Chen CJ, Chang WP, Yeh CY, et al. Work-related fatigue among medical personnel in Taiwan. J Formos Med Assoc 2013;112(10):608-15.
Watterson TL, Steege LM, Mott DA, Ford JH, Portillo EC, Chui MA. Sociotechnical Work System Approach to Occupational Fatigue. Jt Comm J Qual Patient Saf 2023;49(9):485-93.
Sample Size Determination Using Krejcie and Morgan Table [Internet]. 2021 [cited 2024 Jun]. Available from: https://shorturl.asia/q4Z0y
เกศินี กิตติบาล, อารี ชวีเกษมสุข, ชูชาติ พ่วงสมจิตร์. การจัดการความเหนื่อยล้าจากการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก 2564;32(1):121-36.
Hosmer DW LS, Sturdivant RX. Applied Logistic Regression. 3rd ed. Hoboken, NJ: Wiley; 2013.
Saravanan P, Nisar T, Zhang Q, Masud F, Sasangohar F. Occupational stress and burnout among intensive care unit nurses during the pandemic: A prospective longitudinal study of nurses in COVID and non-COVID units. Front Psychiatry 2023;14:1129268.
Seaman CW. An evaluation of fatigue management strategies implemented on hospital nursing units. Chapel Hill (NC): University of North Carolina at Chapel Hill; 2015.
Hiestand S, Forthun I, Waage S, Pallesen S, Bjorvatn B. Associations between excessive fatigue and pain, sleep, mental-health and work factors in Norwegian nurses. PLoS One 2023;18(4):e0282734.
สวรรญา อินทรสถาพร, อรวรรณ แก้วบุญชู, เพลินพิศ บุณยมาลิก. สมดุลชีวิตและงานและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเหนื่อยล้าของพยาบาลที่ปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิขั้นสูงแห่งหนึ่ง. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย 2563;13(2):129-43.
Knupp AM, Patterson ES, Ford JL, Zurmehly J, Patrick T. Associations among nurse fatigue, individual nurse factors, and aspects of the nursing practice environment. J Nurs Adm 2018;48(12):642-8.
Celik S, Tasdemir N, Kurt A, Ilgezdi E, Kubalas O. Fatigue in Intensive Care Nurses and Related Factors. Int J Occup Environ Med 2017;8(4):199-206.
Tang C, Liu C, Fang P, Xiang Y, Min R. Work-Related Accumulated Fatigue among Doctors in Tertiary Hospitals: A Cross-Sectional Survey in Six Provinces of China. Int J Environ Res Public Health 2019;16(17).
Chen J, Davis KG, Daraiseh NM, Pan W, Davis LS. Fatigue and recovery in 12-hour dayshift hospital nurses. J Nurs Manag 2014;22(5):593-603.
Cho H, Steege LM. Nurse Fatigue and Nurse, Patient Safety, and Organizational Outcomes: A Systematic Review. West J Nurs Res 2021;43(12):1157-68.
ชลธิชา แย้มมา. ปัญหาการนอนหลับ ความเหนื่อยล้า และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ถือเป็นผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ วิจารณ์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และผู้นิพนธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง