ความเครียดจากการทำงานตามแนวคิดแบบจำลองข้อเรียกร้อง-การควบคุมในงาน ของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูง โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา
คำสำคัญ:
ความเครียด, ความเครียดจากการทำงาน, เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง เพื่อศึกษาความเครียดในการทำงานของเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูง โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งหมด 69 คน ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย โดยใช้แบบวัดความเครียดในการทำงานตามแนวคิด แบบจำลองข้อเรียกร้อง-การควบคุมในงาน ฉบับภาษาไทย ทั้งหมด 45 ข้อ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ครอนบาคแอลฟ่าของทุกสเกลในแบบวัด อยู่ในเกณฑ์ดีมีค่าเกิน 0.7 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ผลการศึกษา: ผลการวิจัยพบว่า ความเครียดจากการทำงานของกลุ่มตัวอย่าง อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มคนทำงานที่อยู่ในกลุ่มกระตือรือร้น (active) เป็นส่วนใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 84.06 รองลงมา คือ ความเครียดจากการทำงานอยู่ในกลุ่มความเครียดสูง (high strain) คิดเป็นร้อยละ 15.94 โดยคะแนนอยู่ในระดับสูงมี 5 ด้าน คือ ด้านการควบคุมหรืออำนาจการตัดสินใจในงาน ( = 83.84, SD = 11.98) ด้านข้อเรียกร้องจากงานด้านจิตใจ (
= 71.84, SD = 13.06) ด้านข้อเรียกร้องจากงานด้านกายภาพ (
= 75.60, SD = 19.66) ด้านความมั่นคงในหน้าที่การงาน (
= 93.39, SD = 7.72) และด้านการสนับสนุนทางสังคม (
= 80.35, SD = 16.83) ส่วนในด้านอันตรายในที่ทำงาน อยู่ในระดับต่ำ (
= 47.23, SD = 11.02) สรุป: กลุ่มตัวอย่างมีความเครียดจากการทำงานส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง และรองลงมาคือสูง ดังนั้นข้อเสนอแนะเพื่อให้เกิดผลที่ดีต่อผู้ปฏิบัติงาน องค์การและผู้บริหาร ในพนักงานกลุ่มงานความเครียดสูง ควรได้รับการพิจารณาออกแบบงานให้มีความสมดุลระหว่างการเรียกร้องจากงานหรือภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในงานและการควบคุมหรืออำนาจการตัดสินใจในงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อช่วยป้องกันความเครียดจากการทำงาน ตลอดจนกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่เกิดความกระตือรือร้นในการทำงาน การจัดการความเครียดที่ดี ส่งผลต่อดีคุณภาพการบริการที่มีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยกับผู้ป่วย
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. รายงาน COVID-19 ประจำวัน ข้อมูลประจำประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://data.go.th/dataset/covid-19-daily
กรมควบคุมโรค. รายงานสถานการณ์โรค NCDs [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1035820201005073556.pdf
จุฑารัตน์ แสงทอง. สังคมผู้สูงอายุ (อย่างสมบูรณ์): ภาวะสูงวัยอย่างมีคุณภาพ. วารสารรูสมิแล 2560;38(1):6-28.
National Institute for Occupational Safety and Health. Stress at work [Internet]. 2012 [cited 2015 Mar 11]. Available from: http://www.cdc.gov/niosh/topics/stress/
เกศินี กิตติบาล, อารย์ ชีวเกษมสุข, ชูชาติ พ่วงสมจิต. การจัดการความเหนื่อยล้าจากการทำงานของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก 2564;32(1):121-36.
Karasek RA. Job demands, job decision latitude, and mental strain: Implications for job redesign. Admin Sci Quart 1979;24(2):285-308.
Cooper CL, Marshall J. Occupational sources of stress: a review of the literature relating to coronary heart disease and mental ill health. J Occup Psychol 1976;49:11-28.
Karasek RA. Demand/Control Model: a social, emotional and physiological approach to stress risk and active behavior development. In: Stallman JM, editor. Encyclopedia of occupational health and safety. Geneva: International Labour Organization; 1998.
International Labour Organization. Stress prevention at work checkpoints: practical improvements for stress prevention in the workplace. Geneva: International Labour Organization; 2012.
Karasek R, Baker D, Marxer F, Ahlbom A. Job decision latitude, job demands, and cardiovascular disease: a prospective study of Swedish men. Am J Public Health 1981;71(7):694-705.
Karasek R, Theorell T, Schwartz JE. Job characteristics in relation to the prevalence of myocardial infarction in the US Health Examination Survey (HES) and the Health and Nutrition Examination Survey (HANES). Am J Public Health 1988;78(8):910-18.
Shankar J, Famuyiwa OO. Stress among factory workers in a developing country. J Psychosom Res 1991;35(2-3):163-71.
Virtanen M, Honkonen T, Kivimäki M, Ahola K, Vahtera J, Aromaa A, et al. Work stress, mental health and antidepressant medication findings from the health 2000 study. J Affect Disord 2007;98(3):189-97.
Darr W, Johns G. Work strain, health, and absenteeism: a meta-analysis. J Occup Health Psychol 2008;13(4):293-318.
Karasek RA, Theorell T. Healthy work: stress, productivity and the reconstruction of working life. New York: Basic Books; 1990.
Gilboa S, Shirom A, Fried Y, Cooper C. A meta-analysis of work demand stressors and job performance: examining main and moderating effects. Pers Psychol 2008;61(2):227-71.
พิชญา พรรคทองสุข. ความตรงเชิงโครงสร้างของแบบประเมินความเครียดจากงานชนิด Job Content Questionnaire ฉบับภาษาไทยในประชากรขนาดใหญ่และหลากหลายอาชีพ. จดหมายเหตุทางแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 2552;92(4):564-72.
กานดา จันทร์แย้ม. ความเครียดจากการทำงานตามแบบจำลองข้อเรียกร้อง-การควบคุมในงาน : สาเหตุ ผลกระทบและแนวทางการป้องกัน. วารสารปาริชาต 2561;31(1):23-41.
Comrey AL, Lee HB. Interpretation and application of factor analytic results. In: A first course in factor analysis. 2nd ed. New York: Routledge; 1992. p.199-210.
ปาณิกา เสียงเพราะ, ทัศนีย์ รวิวรกุล, อรวรรณ แก้วบุญชู. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดจากการทำงานของพยาบาลในโรงพยาบาลเฉพาะทางโรคมะเร็ง เขตภาคกลาง. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2557;8(1):17-27.
สาวิตรี มุณีรัตน์, นวรัตน์ สุวรรณผ่อง, มธุรส ทิพยมงคลกุล, จารุวรรณ หมั่นมี. คุณลักษณะงาน ความเครียดจากการทำงานและความตั้งใจที่จะคงอยู่ในงานของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลตติยภูมิแห่งหนึ่ง กระทรวงสาธารณสุข. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2562;28(1):133-41.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ถือเป็นผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ วิจารณ์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และผู้นิพนธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง