ความชุกและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อของผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ, การติดเชื้อในโรงพยาบาลบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้เพื่อศึกษาถึง ความชุกและปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อของผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 ถึง 30 มิถุนายน 2563 การวิเคราะห์แบบ Univariate analysis ในการหาค่าความสัมพันธ์ และคำนวณค่า 95% CI ในแต่ละปัจจัยทางคลินิกและนำค่า ปัจจัยทางคลินิกที่มีนัยสำคัญทางสถิติมาคำนวณต่อโดยใช้ Multivariate analysis จากการศึกษาพบว่าจำนวนผู้ป่วยอุบัติเหตุมีทั้งสิ้น 364 คน มีเพศชาย 300 คน เพศหญิง 64 คน อายุเฉลี่ย 31 ปี (ช่วงอายุ 2 - 87 ปี) โรคส่วนมากที่พบจากอุบัติเหตุคือ กระดูกหักชนิดไม่มีแผล 28.8% จำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อในโรงพยาบาล 44 คน (12.1%) ในจำนวนของผู้ป่วยที่ติดเชื้อในโรงพยาบาล 69.23% ติดเชื้อเพียงระบบเดียว, 29.23% ติดเชื้อในสองระบบ และ 1.53% ติดเชื้อสามระบบขึ้นไป ตำแหน่งของการติดเชื้อส่วนใหญ่คือ การติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนล่าง (60%) รองลงมาคือ การติดเชื้อที่บาดแผลผ่าตัด (18.46%) และการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ (12.31%) จาก Multivariate analysis พบว่าปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อ ได้แก่ กระดูกหักแบบแผลเปิด, การบาดเจ็บบริเวณรยางค์, การรับผู้ป่วยไว้ในไอซียู, ผู้ป่วยที่ต้องการท่อช่วยหายใจ, การได้รับการผ่าตัดหลายครั้ง และการรับส่วนประกอบเลือด ส่วนระยะเวลาตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุจนถึงการได้รับการผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมงเป็นปัจจัยป้องกันงานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเบื้องต้นถึง ปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อในผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการดูแลรักษาผู้ป่วย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการป้องกันและดูแลผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งสุดท้ายจะช่วยลด Morbidity และ Mortality ที่เกิดจากการติดเชื้อลงได้ การดูแลผู้ป่วยจำเป็นต้องเน้นในเรื่องการวินิจฉัยโดยเร็ว เช่นการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่าง ๆหรือ การส่งตรวจทางรังสีวิทยาที่จำเป็นในผู้ป่วยเหล่านี้ที่สงสัยจะมีการติดเชื้อ เพื่อการรักษาที่ทันท่วงทีป้องกันไม่ให้เกิด Morbidity และ Mortality ที่จะตามมาจากการวินิจฉัยหรือการรักษาที่ช้าเกินไป
เอกสารอ้างอิง
2. Cole E, Davenport R, Willett K, Brohi K. The burden of infection in severely injured trauma patients and the relationship with admission shock severity. J Trauma Acute Care Surg 2014;76:730-5.
3. Morrison JJ, Yapp LZ, Beattie A, Devlin E, Samarage M, McCaffer C, et al. The epidemiology of Scottish trauma: A comparison of pre-hospital and in-hospital deaths, 2000 to 2011. Surgeon 2016;14:1-6.
4. MacKenzie EJ, Rivara FP, Jurkovich GJ, Nathens AB, Prey KP, Egleston BL, et al. The national study on costs and outcomes of trauma. J Trauma 2007;63(6 Suppl):S54-67.
5. Garner JS, Jarvis WR, Emori TG, Horan TC, Hughes JM. CDC definitions for nosocomial infections, 1988. Am J Infect Control 1988;16:128-40.
6. Berríos-Torres SI, Umscheid CA, Bratzler DW, Leas B, Stone EC, Kelz RR, et al. Centers for disease control and prevention guideline for the prevention of surgical site infection, 2017. JAMA Surg 2017;152:784–91.
7. Allegranzi B, Zayed B, Bischoff P, Kubilay NZ, de Jonge S, de Vries F, et al. New WHO recommendations on intraoperative and postoperative measures for surgical site infection prevention: an evidence-based global perspective. Lancet Infect Dis 2016;16:e288–303.
8. Peery AF, Crockett SD, Barritt AS, Dellon ES, Eluri S, Gangarosa LM, et al. Burden of gastrointestinal, liver, and pancreatic diseases in the United States. Gastroenterology 2015;149:1731-41.
9. Levin SN, Lyons JL. Infections of the Nervous System. Am J Med 2018;131:25-32.
10. Prin M, Li G. Complications and in-hospital mortality in trauma patients treated in intensive care units in the United States, 2013. Inj Epidemiol 2016;3:18.
11. Hill GE, Frawley WH, Griffith KE, Forestner JE, Minei JP. Allogenic blood transfusion increases the risk of postoperative bacterial infection: A meta-analysis. J Trauma 2003; 54:908-14.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ถือเป็นผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ วิจารณ์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และผู้นิพนธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง