ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความฉลาดทางด้านสุขภาพในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
คำสำคัญ:
การควบคุมระดับน้ำตาล, ความฉลาดทางด้านสุขภาพ, ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2บทคัดย่อ
โรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สำคัญของประเทศ ซึ่งการไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีนั้น จะก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนส่งผลการดำรงชีวิต ภาระเศรษฐกิจของผู้ป่วย ครอบครัว และ ประเทศชาติ โดยหนึ่งในปัจจัยที่มีผลในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คือ ความฉลาดทางด้านสุขภาพ วัตถุประสงค์งานวิจัย คือ เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับความฉลาดทางด้านสุขภาพในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2 ที่มารับบริการในหน่วยบริการปฐมภูมิจำนวน 476 คน(ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีความฉลาดทางด้านสุขภาพที่สูง 238 คนและผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีความฉลาดทางด้านสุขภาพที่ต่ำ 238 คน) โดยการสุ่มตัวอย่างตามสะดวกตามลำดับบริการ การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบถามในการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง ระหว่างเดือนสิงหาคม - พฤศจิกายน 2563 โดยเก็บข้อมูลปัจจัยที่เกี่ยวข้องประวัติส่วนตัวของผู้ป่วย ลักษณะส่วนบุคคล ระดับHbA1C ระดับความฉลาดทางด้านสุขภาพทั้ง 7 ด้าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและใช้สถิติเชิงวิเคราะห์ได้แก่ Independent t-test, Chi-square test หรือ Fisher exact test และนำไปวิเคราะห์ตัวแปรพหุ (Multivariate analysis) โดยใช้Binary Logistic Regression ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความฉลาดทางด้านสุขภาพระดับสูงได้แก่ การคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ระดับการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาหรือสูงกว่าและการไม่มีโรคความดันโลหิตสูงร่วม โดยจำนวนผู้ที่มีความฉลาดทางด้านสุขภาพระดับสูงมีอัตราส่วนที่คุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ (HbA1C < 7%) มากเป็น 2.22 เท่า (OR 2.22, 95%CI 1.33-3.70) เมื่อเทียบกับผู้ที่มีความฉลาดทางด้านสุขภาพระดับต่ำ ดังนั้นในหน่วยระบบบริการปฐมภูมิโรคไม่ติดต่อเรื้อรังควรให้แพทย์ประเมินระดับความฉลาดทางด้านสุขภาพของผู้ป่วยและส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีความฉลาดทางด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้มีความสัมพันธ์กับความฉลาดทางด้านสุขภาพระดับสูง
เอกสารอ้างอิง
Emerging Risk Factors Collaboration, Sarwar N, Gao P, Seshasai SR, Gobin R, Kaptoge S, et al. Diabetes mellitus, fasting blood glucose concentration, and risk of vascular disease: a collaborative meta-analysis of 102 prospective studies. Lancet 2010;375(9733):2215-22.doi:10.1016/S0140-6736(10)60484-9.
International Diabetes Federation. Diabetes Atlas Vol. 2013. 6th ed. Brussels, Belgium: International Diabetes Federation (IDF); 2013.
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2560. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์; 2560.
Health literacy: report of the Council on Scientific Affairs. Ad Hoc committee on health literacy for the council on scientific affairs, American Medical Association. JAMA 1999;281:552-7.
Mayeaux EJ Jr, Murphy PW, Arnold C, Davis TC, Jackson RH, Sentell T. Improving patient education for patients with low literacy skills. Am Fam Physician 1996;53:205-11.
Schillinger C, Grumbach K, Piette J, Wang Frances, Osmond D, Daher C. Association of Health Literacy With Diabetes Outcomes. JAMA 2002;288(4):475-82. doi:10.1001/jama.288.4.475
วรรณรัตน์ รัตนวรางค์, วิทยา จันทร์ทา. ความฉลาดทางสุขภาพด้านพฤติกรรมการดูแลตนเองกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จังหวัดชัยนาท. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา 2561;24:34-51.
Junkhaw T, Munisamy M , Samrongthong R, Taneepanichskul S. Factors Associated with Health Literacy in Suburban Bangkok Type 2 Diabetics (T2DM). J Med Assoc Thai 2019;102:809-15.
กิตติพศ วงศ์นิศานาถกุล. ความฉลาดทางสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เข้ารับบริการ ณ ศูนย์เวชปฏิบัติครอบครัว โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย 2561;8:49-61.
ชนวนทอง ธนสุกาญจน์, นรีมาลย์ นีละไพจิตร. การพัฒนาเครื่องมือวัดความรู้แจ้งแตกฉานด้านสุขภาพ (Health literacy) สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง. นนทบุรี: กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข; 2558.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ถือเป็นผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ วิจารณ์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และผู้นิพนธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง