ยุทธศาสตร์และทิศทางในการดูแลผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุ, กรุงเทพฯ, นโยบายบทคัดย่อ
จากการที่พบว่าอัตราการเพิ่มประชากรไทยโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ลดลงตามลำดับ ทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงจำเป็นที่จะต้องศึกษายุทธศาสตร์และแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร โดยการสัมมนาจัดทำยุทธศาสตร์ และสัมภาษณ์เชิงลึกในกลุ่มผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครปี 2563 มี 1,121,698 คน จากประชากร 5,666,264 คน คิดเป็นร้อยละ 19.80 และคาดการณ์ว่าใน 2568 จะมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 ของประชากร ซึ่งเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Complete-aged society) จากจำนวนผู้สูงอายุในชุมชน ที่ขึ้นทะเบียนของกรุงเทพมหานคร 390,898 คน พบว่ามีผู้สูงอายุพึ่งตนเองได้ (กลุ่มติดสังคม) ร้อยละ 95.06 ผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้บ้าง (กลุ่มติดบ้าน) ร้อยละ 2.66 และผู้สูงอายุที่พึ่งตนเองไม่ได้ (กลุ่มติดเตียง) ร้อยละ 2.28 การศึกษานี้ได้เสนอยุทธศาสตร์ 5 เรื่อง คือ 1. การเตรียมความพร้อมทุกช่วงวัย เพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ 2. การส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุ 3. ระบบคุ้มครองสำหรับผู้สูงอายุ 4. การบริหารจัดการแบบบูรณาการเพื่อพัฒนางานด้านผู้สูงอายุ 5. การส่งเสริมและการพัฒนาการวิจัย ระบบข้อมูลเทคโนโลยี และนวัตกรรม และการติดตามประเมินผล ได้เสนอรูปแบบของการดูแลผู้สูงอายุ 3 ด้าน คือ ด้านการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะติดสังคม ที่ควรจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุในชุมชน และจัดตั้งศูนย์สร้างสุขผู้สูงวัยกรุงเทพมหานคร โดยดำเนินกิจกรรมเพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับบริการด้าน 1. สุขกาย (เคลื่อนไหวร่างกาย) เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้มีสมรรถภาพร่างกายแข็งแรง คล่องแคล่ว ว่องไวมีพละกำลัง 2. สุขใจ/สุขอารมณ์ (ด้านจิตใจ) เพื่อส่งเสริมให้เข้าใจในชีวิตความรู้สึกของใจตนเอง ยอมรับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง ไม่ยึดมั่นถือมั่นมากเกินไป 3. สุขสังคม เพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจ ให้กับตนเองเห็นคุณค่าในตัวเอง ยอมรับนับถือตนเอง เห็นใจผู้อื่น 4. สุขปัญญา เพื่อส่งเสริมความจำ สติปัญญา ใช้ความคิด ใช้เหตุผล ด้านการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะติดบ้าน ที่จำแนกผู้สูงอายุติดบ้าน เป็น 2 กลุ่ม คือ 1. เคลื่อนไหวได้บ้าง และอาจมีปัญหาเรื่องการกิน หรือการขับถ่ายแต่ไม่มีภาวะสับสนทางสมอง 2. มีภาวะสับสนทางสมอง ที่ต้องมีหน่วยงานบริการดูแลที่บ้าน ด้านการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะติดเตียง ต้องทำการลงทะเบียนและจัดระบบดูแลแบบ Home Ward โดยมี Care giver ที่ผ่านการอบรม 70 ชั่วโมง เป็นผู้ดูแล เพื่อแก้ปัญหาด้านผู้สูงอายุที่มีเพิ่มมากขึ้น กรุงเทพมหานครควรมีแผนดำเนินการเกี่ยวกับผู้สูงอายุ และจัดรูปแบบการดูแลให้เหมาะสมกับบริบทของกรุงเทพมหานครเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป
เอกสารอ้างอิง
2. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. สมุดบันทึกสุขภาพผู้สูงอายุ. พิมพ์ครั้งที่ 4. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2557.
3. เขษม์ชัย เสือวรรณศรี. การเสวนาความรู้เพื่อสุขภาพเรื่อง “สมองใส ห่างไกลโรค” [อินเทอร์เน็ต] ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อ 15 ก.ค.2563]. เข้าถึงได้จาก:https://www.bumrungrad.com/healthspot/september-2012/dementiaalzheimersymptoms.
4. มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ.2556. กรุงเทพฯ:มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย; 2556.
5. ชุดาภรณ์ ศิริสนธิ, ม.ล.สมจินดา ชมพูนุท, วรรณเพ็ญ อินทร์แก้ว, วรนุช เนตรพิศาลวนิช, กรรภิรมย์ นวพันธุ์, จิรานันท์ ติณสุวรรณ และคณะ. คู่มือการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้านสำหรับผู้ดูแล. กรุงเทพฯ: สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร; 2557.
6. วรเวศม์ สุวรรณระดา, ดําริ เฉลิมวงศ์, วิลาวัลย์ ดําจุติ, สุภาภรณ์ คําเรืองฤทธิ์, จริยภัทร บุญมา, ณัฐพงษ์ พบสมัย และคณะ. โครงการวิจัยระบบการดูแลระยะยาวเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงเพื่อวัยสูงอายุ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์; 2553.
7. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. แผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง พ.ศ.2557-2561 [อินเทอร์เน็ต] ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อ 15 ก.ค.2563]. เข้าถึงได้จาก:http://shi.or.th/upload/Download
8. สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางเวชปฏิบัติการจัด กิจกรรม ทางกาย (Physical Activity) สำหรับผู้สูงอายุกับโรคหัวใจ. กรุงเทพฯ: สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ; 2549.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ถือเป็นผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ วิจารณ์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และผู้นิพนธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง