ความร่วมมือในการใช้ยาและปัญหาจากการใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวี ในโรงพยาบาลบึงกาฬ

ผู้แต่ง

  • นันทนา เสียงล้ำ กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลบึงกาฬ

คำสำคัญ:

ความร่วมมือในการใช้ยา, ปัญหาจากการใช้ยา, อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา, ปริมาณ CD4 cells

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความร่วมมือในการใช้ยาและปัญหาจากการใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวี ในโรงพยาบาลบึงกาฬ เป็นการศึกษาโดยเก็บข้อมูลไปข้างหน้า เก็บข้อมูลในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2560-พฤษภาคม 2560 โดยการสุ่มตัวอย่างผู้ป่วยแบบอย่างง่าย จำนวน 200 คน ผลการศึกษา ผู้ป่วยที่มารับยาต้านไวรัสเอชไอวีเป็นเพศหญิงร้อยละ 51.50 และเพศชายร้อยละ 48.50 ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 40-49 ปี และ 30-39 ปี คิดเป็นร้อยละ 47.50 และ 34.50 ตามลำดับ มีปริมาณ CD4 cells<500 cell/mm3 ร้อยละ 59.00 และมี Viral load=0 Copy ร้อยละ 70.50 ความร่วมมือในการใช้ยา ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ให้ความร่วมมือดีมาก (gif.latex?\geq ร้อยละ 95) ร้อยละ 67.50 และให้ความร่วมมือดี (ร้อยละ 85-94.99) ร้อยละ 25.00 โดยสาเหตุส่วนใหญ่ของความไม่ร่วมมือในการใช้ยา เกิดจากการรับประทานยาคลาดเคลื่อนจากเวลาที่กำหนดมากกว่า 30 นาที (ร้อยละ 79.44) และการลืมรับประทานยา การไม่ได้พกยาขณะเดินทางทำให้ขาดยา (ร้อยละ 6.54, ร้อยละ 6.54 ตามลำดับ) พบปัญหาจากการใช้ยาครั้งนี้ร้อยละ 5.50 ส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ได้รับยาที่ควรได้รับการรักษาโรคและการเกิดอาการข้างเคียงจากการใช้ยา (ร้อยละ 2.00 และร้อยละ 2.00) โดยปัญหาทั้งหมดได้รับการแก้ไข เมื่อทำการวิเคราะห์ทางสถิติพบว่า กลุ่มอายุ gif.latex?\geq 35 ปี มีความร่วมมือในการใช้ยามากกว่ากลุ่มอายุ <35 ปี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.013) และผู้ป่วยที่มีปริมาณ viral load 50 copy มีความร่วมมือในการใช้ยามากกว่ากลุ่มที่มี Viral load >50 copy อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.013) สรุป การศึกษาครั้งนี้เป็นข้อมูลให้ทีมสหสาขาวิชาชีพได้นำมาร่วมกันวางแผนการดูแลรักษา การให้คำแนะนำต่างๆ ในการจะทำให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการใช้ยามากขึ้นและลดปัญหาในการดื้อยาในระยะยาวได้ดีมากยิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

1. สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2557. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2557.
2. Paterson DL, Swindells S, Mohr J, Brester M, Vergis EN, Squier C, et al. Adherence to protease inhibitor therapy and outcomes in patients with HIV infection. Ann Intern Med 2000;133:21-30.
3. เกสรวี ละม้ายสกุล. คุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพของผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับยาต้านไวรัสในโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ จังหวัดสมุทรสาคร. [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. นครปฐม: มหาวิทยาลัยคริสเตียน; 2555.
4. Watt MH, Maman S, Golin CE, Earp JA, Eng E, Bangdiwala SI, et al. Factors associated with self-reported adherence to antiretroviral therapy in a Tanzanian setting. AIDS Care 2010;22:381-9.
5. Mukui IN, Ng’ang’a L, Williamson J, Wamicwe JN, Vakil S, Katana A, et al. Rates and predictors of non-adherence to antiretroviral therapy among HIV-Positive individuals in Kenya: results from the Second Kenya AIDS Indicator Survey 2012. PLoS One 2016;11:e0167465. DOI:10.1371/journal.pone.0167465
6. แสงเดือน กิ่งแก้ว, วันทนา มณีศรีวงศ์กูล, พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรร พฤติกรรมสุขภาพกับความต่อเนื่องสม่ำเสมอในการรับประทานยาต้านไวรัสของผู้ติดเชื้อเอชไอวี. วารสารพยาบาลสาธารณสุข 2558;29:1-14.
7. ณัฐาศิริ ฐานะวุฑฒ์, ศันสนีย สินารักษ์. ความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ติดเชื้อเอชไอวีและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในยุคของการเข้าถึงการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์อย่างถ้วนหน้า. สงขลานครินทร์เวชสาร 2557;32:11-22.
8. Gokarn A, Narkhede MG, Pardeshi GS, Doibale MK. Adherence to antiretroviral therapy. JAPI 2012;60:16-20.
9. Wasti SP, Simkhada P, Randall J, Freeman JV, Teijlingen V. Factors influencing adherence to antiretroviral treatment in Nepal: A mixed-methods study. PLoS One 2012;7:1-11.
10. สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค. รายงานผลการดำเนินงานสำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปี พ.ศ. 2559. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2559.
11. ศุภาภิลัย วิโรจน์จริยากร. ผลของการให้บริการของคลินิกรับยาต่อเนื่องโดยเภสัชกรในผู้ติดเชื้อเอชไอวี ณ โรงพยาบาลร่อนพิบูลย์. [วิทยานิพนธ์ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต]. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2556.
12. ธิดารัตน์ สุจิพิธธรรม, วิทยา กุลสมบูรณ์, อุษาวดี มาลีวงศ์. การวัดความร่วมมือและปัจจัยที่มีผลต่อความร่วมมือในการใช้ยาต้านไวรัสเอดส์ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ ณ โรงพยาบาลตากสิน. Journal of Public Health and Development 2012;10:29-39.
13. Maneesriwongul WL, Tulathong S, Fennie KP, Williams AB. Adherence to antiretroviral medication among HIV-positive patients in Thailand. J Acquir Immune Defic Syndr 2006;43:119-22.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-05-12

รูปแบบการอ้างอิง

1.
เสียงล้ำ น. ความร่วมมือในการใช้ยาและปัญหาจากการใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวี ในโรงพยาบาลบึงกาฬ. JPMAT [อินเทอร์เน็ต]. 12 พฤษภาคม 2020 [อ้างถึง 4 กุมภาพันธ์ 2026];10(1):146-5. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JPMAT/article/view/242282

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย