การพัฒนาระบบการพยาบาลระยะฉุกเฉินในผู้ป่วย STEMI งานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา

ผู้แต่ง

  • ศศิธร ช่างสุวรรณ์ กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • จินต์จุฑา รอดพาล กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • ศรีสุรีย์ สูนยานนท์ กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • สมทรง บุตรชีวัน กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

คำสำคัญ:

ระบบการพยาบาลระยะฉุกเฉิน, ผู้ป่วย STEMI

บทคัดย่อ

     การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อศึกษาสถานการณ์ ปัญหาและอุปสรรคของระบบการพยาบาลระยะฉุกเฉินในผู้ป่วย STEMI พัฒนาระบบการพยาบาลระยะฉุกเฉินในผู้ป่วย STEMI และเพื่อศึกษาผลการพัฒนาระบบการพยาบาลระยะฉุกเฉินในผู้ป่วย STEMI ของงานอุบัติเหตุและฉุกเฉินโรงพยาบาลพระนคร-ศรีอยุธยาดำเนินการ มกราคม-ตุลาคม 2561 แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์ ปัญหา และอุปสรรคของระบบการพยาบาลระยะฉุกเฉินในผู้ป่วย STEMI งานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ระยะที่ 2 พัฒนาระบบการพยาบาลระยะฉุกเฉินในผู้ป่วย STEMI และระยะที่ 3 ประเมินผลการพัฒนาระบบการพยาบาลระยะฉุกเฉินในผู้ป่วย STEMI กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพ จำนวน 29 คน และเวชระเบียนผู้ป่วย STEMI จำนวน 107 และ 92 คนตามลำดับ เครื่องมือประกอบด้วย 1) แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของพยาบาลวิชาชีพ 2) แนวทางการสนทนากลุ่ม 3) แบบรวบรวมข้อมูลผู้ป่วย STEMI 4) แบบประเมินสมรรถนะการพยาบาลผู้ป่วย STEMI ของพยาบาลวิชาชีพงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 5) แนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วย STEMI ในระยะฉุกเฉิน 6) แบบรวบรวมข้อมูลการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วย STEMI ในระยะฉุกเฉินวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เนื้อหาและสร้างข้อสรุป ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา การแจกแจงความถี่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ Mann Whitney u test
     ผลการวิจัย ระยะที่ 1 พบปัญหา ได้แก่ ด้านผู้ให้บริการ ขาดความรู้ ขาดความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วย STEMI ขาดยาที่จำเป็น และเครื่องมืออุปกรณ์ไม่เพียงพอ ด้านผู้ใช้บริการ พบว่าผู้ป่วยและครอบครัวขาดการมีส่วนร่วมในการวางแผนดูแลรักษา และขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคด้านระบบการรักษาพยาบาล พบว่า แนวทางการดูแลผู้ป่วย STEMI ที่มีอยู่มีความยุ่งยากในการปฏิบัติ ระยะที่ 2 เกิดการพัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการพยาบาลผู้ป่วย STEMI ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วย STEMI ของโรงพยาบาล และพัฒนาแนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วย STEMI ในระยะฉุกเฉิน ระยะที่ 3 พบว่า พยาบาลวิชาชีพมีสมรรถนะด้านการพยาบาลผู้ป่วย STEMI สูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) อุบัติการณ์การคัดกรองผู้ป่วย STEMI ผิดพลาด อุบัติการณ์การไม่ได้ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วย STEMI ในระยะฉุกเฉิน ด้านระยะเวลาเฉลี่ยแรกรับผู้ป่วยจนได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ นานมากกว่า 10 นาที และอุบัติการณ์เครื่องมือ อุปกรณ์ไม่เพียงพอ ไม่พร้อมใช้งาน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) ในขณะที่อุบัติการณ์ที่ผู้ป่วย STEMI ไม่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดภายใน 30 นาที อุบัติการณ์การเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ขณะส่งต่อหรือเคลื่อนย้ายและอัตราตายผู้ป่วย STEMI ที่งานอุบัติเหตุและฉุกเฉินไม่แตกต่างกัน

เอกสารอ้างอิง

1. ดำรัส ตรีสุโกศล. Acute ST Elevation Myocardial Infarction. ในประดิษฐ์ ปัญจวีณิน, บรรณาธิการ. ภาวะฉุกเฉินระบบหัวใจและหลอดเลือด. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วน จำกัดภาพพิมพ์; 2554. หน้า 27-61.
2. World Health Organization. The top 10 causes of death. [Internet] 2018. [Cited 2018 Jun 21]; Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/the-top-10-causesof-death/
3. สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. 5 สาเหตุทำคนไทยเสียชีวิตมากที่สุด. [อินเทอร์เน็ต] 2558. [เข้าถึงเมื่อ 8 กรกฏาคม 2561]; เข้าถึงได้จาก : https://www.hfocus.org/content/2017/03/135902558g/
4. สำนักงานเขตสุขภาพที่ 4. กระทรวงสาธารณสุข. สถิติข้อมูลระบบการบริการสุขภาพสาขาโรคหัวใจ เขตสุขภาพที่ 4 ปีงบประมาณ 2558-2560. นนทบุรี: สำนักงานเขตสุขภาพที่ 4; 2560.
5. คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพสาขาโรคหัวใจ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา. สถิติข้อมูลระบบการบริการสุขภาพสาขาโรคหัวใจ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา. พระนครศรีอยุธยา: โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา; 2556.
6. จิราวรรณ รุ่งเรืองวารินทร์, ศรีสุรีย์ สูนพยานนท์, อัญชลี คงสมบุญ. การพัฒนาระบบส่งต่อช่องทางด่วนผู้ป่วย STEMI จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย 2559;6(1):2-14.
7. Donabedian A. An introduction to quality assurance in health care. New York: Oxford University Press; 2003.
8. สำอาง ตันวิเชียร. สมรรถนะพยาบาลวิชาชีพที่ดูแลผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันในโรงพยาบาลติตยภูมิแห่งหนึ่ง จังหวัดสมุทรสาคร. [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. นครปฐม: มหาวิทยาลัยคริสเตียน; 2557.
9. Kemmis S., McTaggart R. Participatory action research. In N. Denzin & Y. Lincoln. (Eds.), Handbook of qualitative research 2nd ed. Thousand Oaks, CA: Sage. 2000. p.567-605.
10. จิตรา เลิศสุบิน, กิตติยา เตชะไพโรจน์, นารี แซ่อึ้ง. การพัฒนาระบบบริการพยาบาลผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี 2552;17(1):119-127.
11. สุวนิตย์ โพธิ์จันทร์. การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด STEMI ในโรงพยาบาลขอนแก่น. วารสารสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2554;29(1):22-30.
12. วันเพ็ญ แสงเพ็ชรส่อง, ทัชวรรณ ผาสุก, ธนิตา ฉิมวงษ์. การพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันระยะวิกฤตในโรงพยาบาลระยอง. วารสารกองการพยาบาล 2555;39(1):32-45.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-01-24

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ช่างสุวรรณ์ ศ, รอดพาล จ, สูนยานนท์ ศ, บุตรชีวัน ส. การพัฒนาระบบการพยาบาลระยะฉุกเฉินในผู้ป่วย STEMI งานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา. JPMAT [อินเทอร์เน็ต]. 24 มกราคม 2019 [อ้างถึง 25 กุมภาพันธ์ 2026];8(3):372-84. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JPMAT/article/view/167796

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ