การศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายของบุคลากรในสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ผู้แต่ง

  • วิมล เลาหภิชาติชัย Public Health Technical Officer Professional Level, Phra Nakhon Si Ayutthaya Provincial Public Health Office

คำสำคัญ:

โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกาย, พฤติกรรมการออกกำลังกาย

บทคัดย่อ

     การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายของบุคลากรในสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รูปแบบการศึกษาเป็นการศึกษากลุ่มเดียวแบบทดสอบก่อนและหลัง (One group pre-test post-test design) กลุ่มตัวอย่างเป็นบุคลากรในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งได้มาโดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) จากบุคลากรที่มีภาวะอ้วนจำนวน 50 คน โดยมีค่าดัชนีมวลกายเท่ากับหรือมากกว่า 25 กิโลกรัม/เมตรเพศชายมีเส้นรอบเอว มากกว่า 90 เซนติเมตร เพศหญิงมีเส้นรอบเอว มากกว่า 80 เซนติเมตร การวิจัยครั้งนี้ได้ใช้ทฤษฎี ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Stage of Change) เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม ความรู้ เจตคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการออกกำลังกาย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนการจัดกิจกรรมตามโปรแกรม 1 สัปดาห์ และหลังการจัดกิจกรรมตามโปรแกรม 1 สัปดาห์ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (Dependent sample t-test)
     ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังได้รับโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกาย บุคลากรกลุ่มทดลอง มีคะแนนเฉลี่ยความรู้ เจตคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการออกกำลังกาย ดีกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และมีค่าเฉลี่ยดัชนีมวลกาย ค่าเฉลี่ย รอบเอว ต่ำกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
     ดังนั้นควรมีการใช้โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกาย เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการออกกำลังกายของบุคลากรในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เอกสารอ้างอิง

1. กระทรวงสาธารณสุข, กรมอนามัย. คู่มือส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.2551.
2. นิยม จันทร์นวล, ยุวดี รอดจากภัย, นิภา มหารัชพงศ์. ศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการรับรู้ความสามารถตนเองร่วมกับการจัดการความรู้ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายของนิสิตที่ศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยบูรพา. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา 2552:4(1),29-41.
3. วรรัตน์ สุขคุ้ม และจิราพร เกศพิชญวัฒนา. ศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการควบคุมน้ำหนักต่อพฤติกรรมการบริโภค ขนาดรอบเอว และค่าดัชนีมวลกายของผู้สูงอายุที่มีภาวะอ้วน. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2553:18;212-20.
4. สุรัตน์ โคมินทร์, การมีพุงนั้นสำคัญไฉน. วารสารโรคอ้วนแห่งประเทศไทย 2550:7;17-21
5. วิชัย ตันไพจิตร, รัตนา พากเพียรกิจวัฒนา, ปรียา ลีฬหกุล, นิสากร ทองมั่ง. สรุปผลการวิจัยปัญหาและแนวทางในการควบคุมโรคอ้วน 2548. รายงานสรุปผลโครงการแม่บทในชุดโครงการวิจัยเพื่อสุขภาพคนไทย. กรุงเทพฯ:พี เอ ลิฟซิ่ง. 2549:143-56.
6. วัชราภรณ์ ภูมิภูเขียว. ประสิทธิผลของการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการกำกับตนเองร่วมกับทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการพัฒนาพฤติกรรมลดน้ำหนักของข้าราชการ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย. (วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต). สาขาวิชาสุขศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพ, บัณฑิตวิทยาลัย. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2552.
7. นาตญา พแดนนอก, ชมนาด พจนามาตร์, ประพิมพ์ พุทธิรักษ์กุล, ผลของการใช้แผนปฏิบัติการจากเทคนิค เอ ไอ ซี ต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการออกกำลังกาย. พยาบาลสาร 2551:35;(4)34-45.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-01-08

รูปแบบการอ้างอิง

1.
เลาหภิชาติชัย ว. การศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายของบุคลากรในสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. JPMAT [อินเทอร์เน็ต]. 8 มกราคม 2019 [อ้างถึง 13 มกราคม 2026];5(2):145-52. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JPMAT/article/view/165451

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย