การเปรียบเทียบผลการรักษาผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟาริน ในโรงพยาบาลชัยภูมิและโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดชัยภูมิ

ผู้แต่ง

  • มรกต ภัทรพงศ์สินธุ์ โรงพยาบาลชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ

บทคัดย่อ

     การวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของการรักษาผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟาริน ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลชัยภูมิและโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดชัยภูมิ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟารินในจังหวัดชัยภูมิ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2556-30 กันยายน 2557 จำนวน 1,277 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึก ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ข้อมูลทั่วไป และผลการรักษา ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงโดยผู้เชี่ยวชาญ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยรวบรวมข้อมูลผลการรักษาผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟาริน ย้อนหลัง จากบันทึกเวชระเบียน และแบบบันทึกรายการยาของผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟารินในโรงพยาบาลชัยภูมิ และในโรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดชัยภูมิ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณา ได้แก่ จำนวนร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ Independent t-test ผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟารินทั้งหมดมีจำนวน 1,277 รายต่อปี รับยาที่โรงพยาบาลชัยภูมิ 571 รายต่อปี รับยาที่โรงพยาบาลชุมชน 706 รายต่อปี ได้รับการตรวจ INR ในโรงพยาบาลชัยภูมิ 3,758 ครั้งต่อปี และในโรงพยาบาลชุมชน 3,578 ครั้งต่อปี ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มที่รับประทานยาวาร์ฟารินในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดชัยภูมิมีค่าเฉลี่ยการเกิด stroke event 1 ครั้งต่อปี และ การ loss follow up 58 ครั้งต่อปี น้อยกว่ากลุ่มที่รับประทานยาวาร์ฟารินในโรงพยาบาลชัยภูมิ 6 ครั้งต่อปี และ 341 ครั้งต่อปี ผลการทดสอบทางสถิติพบว่า การเกิด stroke event และการ loss follow up ของทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนผลการรักษาอื่นของโรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลชัยภูมิ ได้แก่ %INR in target 2,006 ครั้งต่อปี และ 2,088 ครั้งต่อปี, major bleeding 3 ครั้งต่อปี และ 21 ครั้งต่อปี, minor bleeding 150 ครั้งต่อปี และ 89 ครั้งต่อปี และ death 25 คนต่อปี และ 46 คนต่อปี ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ การดูแลผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟารินในรูปแบบคลินิกเฉพาะโรคและการดูแลเป็นเครือข่าย มีประสิทธิภาพ โดยการจัดตั้งวาร์ฟารินคลินิกโรงพยาบาลชุมชน จะทำให้ลดภาวะแทรกซ้อน เพิ่มการเข้าถึงบริการ ซึ่งควรทำอย่างต่อเนื่องและขยายผลต่อไป

เอกสารอ้างอิง

1. นฤมล เจริญศิริพรกุล, นิสิตตรา พลโคตร. การศึกษาการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาวาร์ฟารินแบบย้อนหลัง. โรงพยาบาลศรีนครินทร์จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น 2459:11(3):228-36.
2. ศิระยา เล็กเจริญ, ภูรี อนันตโชติ. ผลลัพธ์ของการให้คำแนะนำของเภสัชกรแก่ผู้ป่วยนอกที่รับประทานยาวาร์ฟาริน ณ โรงพยาบาลสมุทรปราการ. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ. 2554;6(2):91-9.
3. สาวิตรี ทองอาภรณ์, โพยม วงศ์ภูวรักษ์,วรนุช แสงเจริญ, วิบุล วงศ์ภูวรักษ์. อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาวาร์ฟารินของผู้ป่วยในจังหวัดสงขลา. การประชุมเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ครั้งที่ 2. นนทบุรี:มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช;2554.
4. เจนจิรา ตันติวิชญวานิช, รังสิมา ไชยาสุ. ผลของการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟารินของโรงพยาบาลปัตตานี. วารสารเภสัชกรรมไทย 2556;5(2):109-119.
5. อุทัย เพ็งธรรม. ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะเลือดออกผิดปกติในผู้ป่วยที่ใช้ยา warfarin. ลำปางเวชสาร 2551;29(1):59-66.
6. จันทร์เพ็ญ ชุมพล, สุณิสา สังข์หล่อ, จุไรรัตน์ คงล้อมญาติ. การพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยในผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟาริน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2557;23(3):445-52.
7. เกรียงไกร เฮงรัศมี. แนวทางการรักษาผู้ป่วยด้านยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทาน. กรุงเทพฯ:สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. 2553.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-01-07

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ภัทรพงศ์สินธุ์ ม. การเปรียบเทียบผลการรักษาผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟาริน ในโรงพยาบาลชัยภูมิและโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดชัยภูมิ. JPMAT [อินเทอร์เน็ต]. 7 มกราคม 2019 [อ้างถึง 13 มกราคม 2026];5(2):112-9. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JPMAT/article/view/165242

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย