แนวทางการดำเนินการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยทางรังสี ในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ

ผู้แต่ง

  • อภิเดช ชีวะประเสริฐ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วิโรจน์ เจียมจรัสรังษี ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำสำคัญ:

การสัมผัสรังสี, การสวนหัวใจและหลอดเลือด, ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ, อาชีวอนามัยและความปลอดภัย, อุปกรณ์ป้องกันรังสี

บทคัดย่อ

     ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยโรคหัวใจเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากส่งผลให้เกิดความต้องการทางด้านการแพทย์เพิ่มสูงขึ้น ดังจะเห็นได้จากจำนวนห้องปฏิบัติการสวนหัวใจในโรงพยาบาลรัฐที่เพิ่มจำนวนขึ้นจาก 20 แห่ง เป็น 36 แห่งในเวลาเพียง 6 ปี ในขณะเดียวกันสัดส่วนของอุบัติเหตุจากการสัมผัสรังสีเกินขนาดทางด้านการแพทย์มีอุบัติการณ์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่สัมผัสรังสีเกินขนาดจากการใช้เครื่องเอกซเรย์ฟลูโอโรสโคปี พบว่ามีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 3 เท่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาโดยพบว่ามีสาเหตุสำคัญมาจากแนวทางการปฏิบัติงานด้านการใช้รังสีในโรงพยาบาลที่ยังไม่เหมาะสมและยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวทางการปฏิบัติงานของห้องปฏิบัติการสวนหัวใจที่ยังไม่มีแนวทางเฉพาะที่ชัดเจน ดังนั้นการพัฒนาแนวทางการดำเนินการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยทางรังสีในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจจึงมีความสำคัญ

เอกสารอ้างอิง

1. สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์. รายชื่อห้องสวนหัวใจในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์; 2559.
2. กระทรวงแรงงาน. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับรังสีชนิดก่อไอออน พ.ศ. 2547. กรุงเทพ: กระทรวงแรงงาน; 2547.
3. Coeytaux K, Bey E, Christensen D, Glassman ES, Murdock B, Doucet C. Reported radiation overexposure accidents worldwide, 1980-2013: a systematic review. PLoS One 2015;10:1-26.
4. อัมพร ฝันเซียน. อันตรายจากรังสีและการควบคุม [อินเทอร์เนต]. สงขลา: ภาควิชารังสีวิทยาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2547 (วันที่ค้นข้อมูล 1 ตุลาคม 2559) เข้าถึงได้จาก: https://kmcenter.rid.go.th/kcresearch/article_out/article_out_02.pdf.
5. Dewar C. Occupational radiation safety. Radiol Technol 2013;84:467-86 ; quiz 87-9.
6. Cousins C, Miller DL, Bernardi G, Rehani MM, Schofield P, Vaño E, et al. ICRP Publication 120: Radiological protection in cardiology. Ann ICRP 2013;42:1-125.
7. วิวัฒน์ เอกบูรณะวัฒน์. การป้องกันโรคจากการทำงาน [อินเทอร์เนต]. 2554 (วันที่ค้นข้อมูล 22 ธันวาคม 2559) เข้าถึงได้จาก: https://www.summacheeva.org/index_article_prevention.htm
8. Thornton RH, Dauer LT, Altamirano JP, Alvarado KJ, St Germain J, Solomon SB. Comparing strategies for operator eye protection in the interventional radiology suite. J Vasc Interv Radiol 2010;21:1703-7.
9. Lee SY, Min E, Bae J, Chung CY, Lee KM, Kwon SS, et al. Types and arrangement of thyroid shields to reduce exposure of surgeons to ionizing radiation during intraoperative use of C-arm fluoroscopy. Spine (Phila Pa 1976) 2013;38:2108-12.
10. Kim AN, Chang YJ, Cheon BK, Kim JH. How Effective Are Radiation Reducing Gloves in C-arm Fluoroscopy-guided Pain Interventions? Korean J Pain 2014;27:145-51.
11. ปรานี แก้วสิงห์, พิไลพร ฉัตราธิกุล, ศรายุทธ วงศ์เหลา, ศิรประภา บุศยพงศ์ชัย, นลินรัตน์ โททำ, พัชรินทร์ หมื่นสายญาติ, และคณะ. ปัจจัยด้านการใช้งานและการเก็บรักษาที่มีผลต่อคุณภาพเครื่องแต่งตัวป้องกันรังสีสำหรับบุคลากรสถาบันประสาทวิทยา. วารสารการแพทย์โรงพยาบาล ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ 2556;28:131-8.
12. McCormick VA, Schultz CC, Hollingsworth-Schuler V, Campbell JM, O’Neill WW, Ramos R. Reducing radiation dose in the cardiac catheterization laboratory by design alterations and staff education. Am J Cardiol 2002;90:903-5.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-07-11

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ชีวะประเสริฐ อ, เจียมจรัสรังษี ว. แนวทางการดำเนินการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยทางรังสี ในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ. JPMAT [อินเทอร์เน็ต]. 11 กรกฎาคม 2018 [อ้างถึง 25 กุมภาพันธ์ 2026];6(3):267-74. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JPMAT/article/view/133735

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความฟื้นวิชาการ