ผลของโปรแกรมควบคุมอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ในคลินิกชะลอไตเสื่อม โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา

ผู้แต่ง

  • พิมพ์สุภัค ปานเพียรกุลภัค นักโภชนาการ ฝ่ายโภชนาการ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

คำสำคัญ:

food control program for chronic kidney disease patients, food control behavior

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมควบคุมอาหารสำาหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ในคลินิกชะลอไตเสื่อม โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา โดยประยุกต์ทฤษฎีความสามารถของตนเอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มารักษาในคลินิกชะลอไตเสื่อม โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ในปี 2559 ที่มีคุณสมบัติตามกำาหนด จำานวน 33 คน เข้าร่วมกิจกรรมครบ 3 ครั้ง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไป การรับรู้ความสามารถตนเองในการควบคุมอาหาร ความคาดหวังในผลลัพธ์ของการควบคุมอาหาร และพฤติกรรมการควบคุมอาหาร วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test
     ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ 51.5 มีอายุ 61-70 ปี ร้อยละ 45.5 อายุเฉลี่ย 67.42 ปี จบการศึกษาสูงสุดระดับประถมศึกษา ร้อยละ 81.8 ไม่มีอาชีพ ร้อยละ 81.8 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนน้อยกว่า 1,000 บาท ร้อยละ 69.7 สภาวะสุขภาพส่วนใหญ่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 42.4 และเป็นโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 ร้อยละ 63.6 ภายหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถตนเองในการควบคุมอาหาร ความคาดหวังในผลลัพธ์ของการควบคุมอาหาร และพฤติกรรมการควบคุมอาหาร สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำาคัญทางสถิติที่ระดับ <0.001 ส่วนค่าเฉลี่ย Cr และ eGFR ก่อนและหลังการทดลองไม่แตกต่างกัน

     สรุปได้ว่า โปรแกรมการควบคุมอาหารสำาหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ในคลินิกชะลอไตเสื่อม โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการรับรู้ความสามารถตนเองในการควบคุมอาหาร ความคาดหวังในผลลัพธ์ของการควบคุมอาหาร และพฤติกรรมการควบคุมอาหาร ส่งผลให้ค่า Cr และ eGFR ไม่เปลี่ยนแปลง ควรมีการส่งเสริมให้มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และขยายผลไปสู่ชุมชนต่อไป โดยประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทในแต่ละชุมชน

 

เอกสารอ้างอิง

1. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. รายงานการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าประจำาปี 2554. กรุงเทพมหานคร: สำานักนโยบายและแผน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. 2555.
2. Coresh J, Selvin E, Stevens LA, Manzi J, Kusek JW, Eggers P, Van Lente F, Levey AS. et al. Prevalence of chronic kidney disease in the United States. JAMA 2007; Nov
7: 298(17): 2038-47.
3. Ingsathit A, Thakkinstian A, Chaiprasert A, Sangthawan P, Gojaseni P, Kiattisunthorn K, Ongaiyooth L. et al. Prevalence and risk factors of chronic kidney disease in the Thai adult population: Thai SEEK study Group. Nephrol Dial Transplant 2010; May; 25(5): 1567-75.
4. รสสุคนธ์ วาริทสกุล. การจัดการอาหารเพื่อชะลอความเสื่อมของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน. วารสารพยาบาลทหารบก 2557;15(1):22-8.
5. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำานักนโยบายและยุทธศาสตร์. สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2556: Public Health Statistics 2013. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก. 2557.
6. Pugh-Clarke K, Naish PF, Mercer TM. Quality of life in chronic kidney disease. J Ren Care. 2006; 32: 167-71.
7. มณีรัตน์ จิรัปปภา. การชะลอไตเสื่อมจากวัยผู้ใหญ่ถึงวัยผู้สูงอายุ. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา 2557; 20(2): 5-16.
8. สุนิสา สีผม. การจัดการตนเองในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง. วารสารการพยาบาลสภากาชาดไทย 2556; 6(1): 12-8.
9. โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา คลินิกชะลอไตเสื่อม (CKD). รายงานสถิติผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่คลินิกชะลอไตเสื่อม (CKD) โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ปี พ.ศ. 2557-2558. (เอกสารสำเนา). พระนครศรีอยุธยา: โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา. 2558.
10. สุกาญจน์ อยู่คง, มณี สมภพเจริญ, ธราดล เก่งการพานิช และทัศนีย์ รวิวรกุล. ผลของโปรแกรมการกำากับตนเองต่อพฤติกรรมการควบคุมอาหารในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. เอกสารประกอบการประชุมสุขศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 17 เรื่องบทบาทของประชาชนกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ. 14-16 พฤษภาคม 2558; ณ โรงแรมจอมเทียน ปาล์มบีช โฮเต็ล แอน รีสอร์ท เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี. ชลบุรี. 2558: 272-85.
11. ฉลอง สีแก้วสิ่ว. การกำาหนดขนาดสิ่งตัวอย่างในการทดสอบสมมติฐาน (Sample size selection). ใน Statistic [ออนไลน์]. 2555 [วันที่ค้นข้อมูล 22 พฤศจิกายน 2558]. แหล่งข้อมูล:URL: https://sites.google.com/site/mystatistics01/chapter4/sample-size-selection./
12. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และสำานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. คู่มือการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะเริ่มต้น. กรุงเทพมหานคร: บริษัท ยูเนียนอุลตร้าไวโอเร็ต จำกัด. 2555.
13. Bandura, A. Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review 1977; Mar; 84(2): 191-215.
14. Bandura, A. Self-efficacy Mechanism in Human Agency. American Psychologist1982;Feb:37 (2): 122-47.
15. ประณีต สิงห์ทอง. โปรแกรมส่งเสริมความสามารถตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคลากรกลุ่มป่วย โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช. วารสารสุขศึกษา 2557; 37(126): 35-48.
16. ภัทรานุช พิทักษา และคณะ. ผลของโปรแกรมสุขศึกษาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารสุขศึกษา 2557; 37(126): 66-81.
17. ศนีชา วิเดช. ประสิทธิผลโปรแกรมสุขศึกษาโดยประยุกต์ทฤษฎีความสามารถแห่งตนต่อพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนที่มีน้ำาหนักตัวเกินมาตรฐาน. (วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). สุขศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. 2554.
18. ภทรพรรณ อุณาภาค และขวัญชัย รัตนมณี. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังของโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จังหวัดสมุทรสงคราม. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา 2558; 10(2): 44-54.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-06-21

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ปานเพียรกุลภัค พ. ผลของโปรแกรมควบคุมอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ในคลินิกชะลอไตเสื่อม โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา. JPMAT [อินเทอร์เน็ต]. 21 มิถุนายน 2018 [อ้างถึง 4 กุมภาพันธ์ 2026];6(3):205-1. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JPMAT/article/view/129871

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย