โรคสมาธิสั้นและการตีตราบาปทางสังคม
คำสำคัญ:
การตีตราบาปทางสังคม, โรคสมาธิสั้น, public stigmaบทคัดย่อ
บทความนี้นำเสนอความรู้เกี่ยวกับโรคสมาธิสั้นและการตีตราบาปทางสังคม ซึ่งเด็กสมาธิสั้นมักมีพฤติกรรมที่ต่างจากเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน โดยพฤติกรรมที่สังเกตได้ชัดคือ ขาดสมาธิ เด็กมักมีความยากลำบากในการเรียน ดื้อ วุ่นวายไม่เชื่อฟัง เกเร ก่อกวนคนรอบตัวและครูในชั้นเรียน ไม่ทำตามกฎระเบียบ รอคอยไม่ได้ มักมีเรื่องชกต่อยเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งอันเนื่องมาจากความหุนหันพลันแล่น มีอารมณ์โกรธรุนแรง หงุดหงิดง่าย ซึ่งการตีตราบาปเด็กสมาธิสั้นจากสังคมจะมีผลต่อพัฒนาการและการปรับตัว จึงต้องอาศัยผู้คนในสังคมโดยเฉพาะผู้ปกครองและครูสำหรับสร้างการเรียนรู้ที่เหมาะกับศักยภาพของเด็ก ผู้ปกครองจำเป็นต้องร่วมมือกับจิตแพทย์และทีมสหวิชาชีพในการดูแลช่วยเหลือ หากไม่ได้รับการดูแลเมื่อเติบโตเป็นวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่โดยมากจะมีบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม มีพฤติกรรมต่างๆ ได้แก่ เกเรก้าวร้าว อันธพาล มีปัญหาใช้สารเสพติด ลักขโมย พกอาวุธ ขายบริการ และมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ โดยเด็กกลุ่มนี้จะมีการก่ออาชญากรรมใช้ความรุนแรง และถูกจับเนื่องจากทำผิดกฎหมายมากกว่าเด็กปกติ
เอกสารอ้างอิง
2. สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์. สถิติผู้รับบริการผู้ป่วยนอกเปรียบเทียบ ปีงบประมาณ 2556-2559. (เข้าถึงเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2560). เข้าถึงได้จาก: http://www.smartteen.net/main/_admin/download/-745-1476695416.pdf/
3. ชูศรี เกิดพงษ์บุญโชติ, เบญจพร ปัญญายง, และชูชาติ วงศ์อนุชิต. การรับรู้ตราบาปของผู้ป่วยจิตเวช. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย 2558; 23(1): 25-37.
4. Corrigan, P.W. and Rao, D. On the Self-Stigma of Mental Illness: Stages, Disclosure, and Strategies for Change. Can J Psychiatry. August 2012; 57(8): 464-469.
5. ชาตรี วิฑูรชาติ. โรคสมาธิสั้น. กรุงเทพ: สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว. 2551.
6. วิฐารณ บุญสิทธิ. โรคสมาธิสั้น: การวินิจฉัยและรักษา. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 2555;57(4): 373-386.
7. กรมสุขภาพจิต. แนวทางการดำเนินงานสุขภาพจิตในระบบสุขภาพ ระดับอำเภอ ปีงบประมาณ 2559. กรุงเทพฯ: บียอนด์พับลิสชิ่ง. 2558.
8. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน และคณะ. ความชุกโรคสมาธิสั้นในประเทศไทย. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย 2556; 21(2):66-75.
9. มาโนช หล่อตระกูล. คู่มือการดูแลผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวชสำหรับแพทย์. กรุงเทพฯ: สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต. 2544.
10. จิรนันท์ วีรกุล. โรคสมาธิสั้นและภาวะอยู่ไม่นิ่งในเด็ก. พุทธชินราชเวชสาร 2557; 31(1):65-75.
11. มาโนช หล่อตระกูล และปราโมทย์ สุคนิชย์. จิตเวชศาสตร์รามาธิบดี. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี. 2558.
12. พนม เกตุมาน และคณะ. การศึกษาความชุกของโรคสมาธิสั้นและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของวัยรุ่นในศูนย์แรกรับเด็กและเยาวชนชายบ้านเมตตา. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย; 2559;61(1):27-39.
13. American Psychiatric Association. Diagnostic and statistical manual of mental disorders, (5th ed.). Washington,DC:Author.2013.
14. นิฮาฟีซา หะยีวาเงาะ. ทัศนคติเกี่ยวกับโรคเอดส์และการตีตราทางสังคม:กรณีศึกษาชุมชนมุสลิมในจังหวัดปัตตานี. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). สาขาวิชาพัฒนามนุษย์และสังคม กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2554.
15. เบญจพร ปัญญายง และชูศรี เกิดพงษ์บุญโชติ. บทความฟื้นฟูวิชาการ: การลดตราบาปของการมีภาวะเจ็บป่วยทางจิต. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. 2559;23(1):49-55.
16. ณัฐฐ์วัฒน์ สุทธิโยธิน. หน่วยที่ 5 ทฤษฎีอาชญาวิทยา. เอกสารประกอบการสอนชุดวิชากฎหมายอาญาและอาชญาวิทยาชั้นสูง. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. 2555.
17. อัมพร เบญจพลพิทักษ์. หน่วยที่ 13 พฤติกรรมเบี่ยงเบน. เอกสารประกอบการสอนชุดวิชาจิตวิทยาเพื่อการดำรงชีวิต. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. 2559.
18. ขวัญสุดา บุญทศ, อมรรัตน์ ศรีคำสุข ไซโตะ, และสุวรรณา อรุณพงค์ไพศาล. การสนับสนุนทางสังคมของผู้ป่วยโรคจิตเภท. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 2556;58(1): 89-100.
19. เทิมสัทธา เข็มจินดา และอลิสา วัชรสินธุ. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในเด็กสมาธิสั้นที่มารับการตรวจรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอก หน่วยจิตเวชเด็กและวัยรุ่นโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. Chula Med J 2559;September-October; 60(5):537-543.
20. มยุรา ชัยเดช, จินตนา ยูนิพันธุ์ และสุนิศา สุขตระกูล. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลปัจจัยทางคลินิกกับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของเด็กสมาธิสั้น. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต 2557 พฤษภาคม-สิงหาคม; 28(2):100-113.
21. วันรวี พิมพ์รัตน์. ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และทัศนคติของผู้ปกครองกับความสม่ำเสมอในการกินยา methylphenidate ของเด็กสมาธิสั้น. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 2559 มกราคม-มีนาคม; 61(1):15-26.
22. Bussing R, Meyer J, Zima BT, Mason DM, Gary FA, Garvan CW. et al. Childhood ADHD Symptoms:Association with Parental Social Networks and Mental Health Service
Use during Adolescence. Int J Environ Res Public Health 2015 Sep;12(9): 11893-11909. doi:10.3390/ijerph120911893.
23. Mueller, A. K., Fuermaier, A.B.M., Koerts, J., & Tucha, L. Stigma in attention deficit hyperactivity disorder. ADHD Atten Def Hyp Disord 2012;4:101-114.
doi:10.1007/s12402- 012-0085-3.
24. dos Reis, S., Barksdale, C.L., Sherman, A., Maloney, K. & Charach, A. Stigmatizing experiences of parents of children with a new diagnosis of ADHD. Psychiatr Serv 2010 Aug; 61(8):811-816.doi:10.1176/ps.2010.61.8.811.
25. McKeague, L., Hennessy, E., O’Driscoll, C. & Heary, C. Retrospective Accounts of Self- Stigma Experienced by Young People with Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder
(ADHD) or Depression. Psychiatric Rehabilitation Journal 2015; 38(2):158-163.
26. Falk, E. and Lieberman. The neural bases of attitudes, evaluation and behavior change. In F. Krueger and J. Grafman (Eds.). The neural basis of human belief systems. Psychology Press. 2013.
27. พัชรา ทิพยทัศน์. พัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง. (เข้าถึงเมื่อ 1 มีนาคม 2560). เข้าถึงได้จาก:http://www.br.ac.th/E-learning/lesson4_2html.2554.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ถือเป็นผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ วิจารณ์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และผู้นิพนธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง