อัตราผ่าคลอดตามระบบร้อบสัน
คำสำคัญ:
ผ่าตัดคลอด, หญิงตั้งครรภ์, ระบบร้อบสันบทคัดย่อ
อัตราผ่าคลอดในประเทศไทยสูงกว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสูงกว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด (ร้อยละ 15) การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์อัตราผ่าคลอดและข้อบ่งชี้ในการผ่าคลอดที่แบ่งกลุ่มตามระบบร้อบสัน ศึกษาข้อมูลย้อนหลังในหญิงตั้งครรภ์ที่มาคลอดที่โรงพยาบาลสระบุรี ในปี พ.ศ. 2559 ยกเว้นผู้ที่ทารกในครรภ์ผิดปกติหรือทารกเสียชีวิตในครรภ์ นำเสนอข้อมูลเป็นค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบข้อมูลระหว่างกลุ่มผ่าคลอดและกลุ่มคลอดทางช่องคลอดด้วยสถิติ exact probability และสถิติ student t กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 พบผู้มาคลอด 4,227 ราย อัตราผ่าคลอดร้อยละ 48 ข้อบ่งชี้ในการผ่าคลอดอันดับแรกคือเคยผ่าคลอดมาก่อน พบอัตราผ่าคลอดสูงสุดในกลุ่มที่เคยมีแผลผ่าตัดที่มดลูก (กลุ่มที่ 5) ร้อยละ 16.2 โดยพบอัตราผ่าคลอดรายกลุ่มในกลุ่มที่ท่าทารกแนวขวางหรือเฉียง (กลุ่มที่ 9) ร้อยละ 100 กลุ่มที่เคยมีแผลผ่าตัดที่มดลูก (กลุ่มที่ 5) ร้อยละ 96.8 และกลุ่มครรภ์แรกที่ได้รับการชักนำให้เจ็บครรภ์หรือผ่าคลอดโดยไม่เจ็บครรภ์ (กลุ่มที่ 2) ร้อยละ 94.6 การทบทวนการวินิจฉัย การชักนำการคลอดล้มเหลว ภาวะขนาดศีรษะไม่สัมพันธ์กับเชิงกรานและการส่งเสริมการคลอดทางช่องคลอดทั้งในกรณีที่เคยผ่าคลอดหรือในครรภ์แรกที่ไม่มีข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดคลอดน่าจะลดอัตราผ่าคลอดได้
เอกสารอ้างอิง
2. คณะอนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย. ความรู้เรื่องการผ่าท้องทำคลอดสำหรับประชาชนทั่วไป [อินเทอร์เน็ต]. 2554 [เข้าถึงเมื่อ 15 พ.ค. 2560]. เข้าถึงได้จาก: https://www.rtcog.or.th/
3. ธีระ ทองสง. Cesarean section rate: How to control [อินเทอร์เน็ต]. 2557 [เข้าถึงเมื่อ 15 พ.ค. 2560]. เข้าถึงได้จาก: https://www.medicine.cmu.ac.th/
4. ธีระ สินเดชารักษ์, สิริอร ศักดาบุณยเดชา, เกตน์สิรี กอบกิจไพศาลสุข. การผ่าคลอด: การคลอดที่เราควรเลือกจริงหรือ [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 15 พ.ค. 2560]. เข้าถึงได้จาก: https://doc.qa.tu.ac.th/
5. วราลักษณ์ ยมะสมิต. การผ่าตัดคลอดบุตรตามการร้องขอของหญิงตั้งครรภ์. ใน: วรพงศ์ ภู่พงศ์, บรรณาธิการ. การดูแลปัญหาที่พบบ่อยทางสูติศาสตร์. กรุงเทพฯ: บริษัทพิมพ์ดี; 2555. หน้า 229-34.
6. มนัสชนก มณีอินทร์. การศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตหญิงหลังคลอดระหว่างการคลอดปกติทางช่องคลอดกับการผ่าตัดคลอด. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2558;24:648-58.
7. Betrán AP, Ye J, Moller AB, Zhang J, Gülmezoglu AM, Torloni MR. The increasing trend in Caesarean section rate: Global, regional and national estimates: 1990-2014. PLoS ONE 2016;Feb 5;11(2):e0148343.
8. World Health Organization. WHO statement on Caesarean section rates [Internet]. 2015 [cited 2017 May 16]. Available from : https://www.who.int/reproductivehealth/publications/maternal_perinatal_health/cs-statement/en/
9. Vogel JP, Betrán AP, Vindevoghel N, Souza JP, Torloni MR, Zhang J, et al. Use of the Robson classification to assess caesarean section trends in 21 countries: a secondary analysis of two WHO multicountry survey. Lancet Glob Health 2015;3(5):e260-70.
10. Chanthasenanont A, Nanthakomon T, Kamudhamas A. Indications for Cesarean section at Thammasat University Hospital. J Med Assoc Thai 2007;90(9):1733-7.
11. Dhodapkar SB, Bhairavi S, Daniel M, Chauhan NS, Chauhan RC. Analysis of caesarean sections according to Robson’s ten group classification system at a tertiary care teaching hospital in South India. Int J Reprod Contracep Obstet Gynecol 2015;4(3):745-9
12. Kazmi T, Saiseema S, Khan S. Analysis of Caesarean section rate-According to Robson’s 10-group classification. Oman Med J 2012;27(5):415-7.
13. Tanaka K, Mahomed K. The ten-group Robson classification: A single centre approach identifying strategies to optimise Casesarean section rates. Obstet Gynecol Internat 2017. Article ID 5648938, 5 pages.
14. Prameela RC, Farha A, Bhanumati PM, Prajwal S. Analysis of Caesarean section rate in a tertiary hospital-According to Robson’s 10-group classification system (TGCS). J Dent Med Sci 2015;14(2):46-9.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ถือเป็นผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ วิจารณ์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และผู้นิพนธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง