ผลการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบถอนรากชนิด ดัดแปลงพร้อมขวดระบายสุญญากาศต่อความสามารถในการดูแลตนเอง ภาวะแทรกซ้อน และความพึงพอใจ หอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง โรงพยาบาลสงขลา
คำสำคัญ:
มะเร็งเต้านม, การทำผ่าตัดเต้านมแบบถอนรากชนิดดัดแปลง, ขวดระบายสุญญากาศ, การวางแผน จำหน่าย, ความสามารถในการดูแลตนเองบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง (Onegroup Pretest-posttest Design) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบคะแนนความสามารถในการดูแลตนเองก่อนและหลังวางแผนจำหน่าย 2) ศึกษาการเกิดภาวะแทรกซ้อน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบถอนรากชนิดดัดแปลงที่จำหน่ายพร้อมขวดระบายสุญญากาศต่อการวางแผนจำหน่ายหอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง โรงพยาบาลสงขลากลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบถอนรากชนิดดัดแปลงที่จำหน่ายพร้อมขวดระบายสุญญากาศ ในหอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง โรงพยาบาลสงขลา จำนวน 27 คน เลือกตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ คือแบบวัดความสามารถในการดูแลตนเอง แบบบันทึกการเกิดภาวะ
แทรกซ้อนและแบบวัดความพึงพอใจ ผ่านการตรวจความตรงตามเนื้อหา และหาค่าความเชื่อมั่นแบบวัดความสามารถในการดูแลตนเอง และแบบประเมินความพึงพอใจด้วยสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาร์ค ได้ค่าความเชื่อมั่นท่ากับ .83 และ .80 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา แจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ paired t-test
ผลการศึกษาพบว่า
1) คะแนนความสามารถในการดูแตนเองของกลุ่มตัวอย่างหลังการวางแผนจำหน่ายมีคะแนน ( =15.92, SD=0.26) สูงกว่าก่อนการวางแผนจำหน่าย (=7.18, SD=2.76) อย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติ (P<.001)
2) พบการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังวางแผนจำหน่ายร้อยละ 18.52 และ
3) ความพึงพอใจของผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบถอนรากชนิดดัดแปลงที่จำหน่ายพร้อมขวดระบายสุญญากาศต่อการวางแผนจำหน่ายหอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง โรงพยาบาลสงขลาอยู่ในระดับมาก (=3.78, SD=0.33)
เอกสารอ้างอิง
2. Husted MA., Haugaard, K., Soerensen, J., Bokmand, S., Holtveg, H., Peter, Garne, et al. Arm morbidity following sentinel lymph node biobsy or axillary lymph node dissection: A study from the Danish Breast Cancer Cooperative Grope. Breast 2008; 17(2): 138-147.
3. Silberman, A. W., Mc Vay, C., Cohen, J. S., Altura, J. F., Brackert, S., Sarna, G. P., et al. Comparative Morbidity of axillary Lymph Node Dissection and the sentinel Lymph
Node Techniqe: Implication for Patients With Breast Cancer. Annals of surgery, 2004 Jul; 240(1): 1-6.
4. Vitug, A. F., & Newman, L. A. Complications in Breast Surgery. Surgical Clinics of North America 2007; 87(2): 431-451.
5. โรงพยาบาลสงขลา หอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง. สรุปรายงานสถิติตัวชี้วัดปี 2556-2558. สงขลา: โรงพยาบาลสงขลา; 2558.
6. นงนุช ทากัณหา, สุปรีดา มั่นคง, ยุพาพิน ศิรโพธิ์งาม. ผลของโปรแกรมการบริหารแขนและไหล่ต่อความสามารถในการบริหารและภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการผ่าตัด. วารสารพยาบาลศาสตร์ รามาธิบดี 2553; 15(1): 70-82.
7. สุชา ปาน้อยนนท์, อุษาวดี อัศดรวิเศษ, วันเพ็ญ ภิญโญภาสกุล, พรชัย โอเจริญรัตน์. ประสิทธิผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายแบบผู้ป่วยนอกต่อความวิตกกังวลและความพึงพอใจต่อการดูแล ในสตรีที่ได้รับการผ่าตัดก้อนบริเวณเต้านม. วารสารพยาบาลศาสตร์ 2553; 28(4): 28-36.
8. อุบล จ๋วงจันทร์, ณัฏฐ์ชญา ไชยวงศ์, จุรีพร อุ่นบุญเรือน. ผลของการใช้โปรแกรมวางแผนจำหน่ายต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา 2551; 15: 32-42.
9. สุภาพร ตันสุวรรณ. ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติการวางแผนจำหน่ายสำหรับผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่ลาว จังหวัดเชียงใหม่. (วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตร์). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2551.
10. Abad-Corpa E, Royo-Morales T, Iniesta-Sánchez J, Carrillo-Alcaraz A, Rodŕguez-Mondejar JJ, Saez-Soto AR, et al. Evaluation of the effectiveness of hospital discharge planning and follow-up in the primary care of patients with chronic obstructive pulmonary disease. J Clin Nurs 2013 Mar; 22(5-6): 669-680.
11. กระทรวงสาธารณสุข กองการพยาบาล. แนวทางการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2539.
12. กฤษดา แสวงดี. แนวทางการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วย. นนทบุรี: กองการพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข; 2539.
13. เรวดี ศรีสุข, นภาพร แก้วนิมิตชัย, กนกพร นทีธนสมบัติ. ผลการวางแผนจำหน่ายต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและภาวะสุขภาพของผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศูนย์เขตกลาง. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชนนี อุตรดิตถ์ 2558; 7(1): 13-30.
14. Orem DE. Nursing: Concept of practice. 6th ed. St. Louis; Mosby; 2001.
15. นงลักษณ์ วิรัชชัย. สถิติชวนใช้. กรุงเทพฯ: ไอคอนพริ้นติ้ง; 2555.
16. Clark, B., Sitzia, J., & Harlow, W. Incidence and risk of arm oedema following treatment for breast cancer. A three-year follow-up study. QJM 2005; 98(5): 343-348.
17. ทับทิม เปาอินทร์, เยาวรัตน์ รุ่งว่าง, เรวัตเตียสกุล. คุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการผ่าตัดเต้านมแบบ MRM และได้รับเคมีบำบัด. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2553; 4: 28-37.
18. กริช โพธิสุวรรณ. Complication inMastectomy. [ออนไลน์] 2559. (เข้าถึงเมื่อ 3 กรกฎาคม 2559). เข้าถึงได้จาก : http://www.anamai.moph.go.th/occmed/nes/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ถือเป็นผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ วิจารณ์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และผู้นิพนธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง