ประสิทธิผลของการให้ยาเม็ดเสริมไอโอดีนต่อภาวะโภชนาการไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์
คำสำคัญ:
การขาดสารไอโอดีน, ยาเม็ดเสริมไอโอดีน, หญิงตั้งครรภ์, ไอโอดีนในปัสสาวะบทคัดย่อ
จากนโยบายให้ยาเม็ดเสริมไอโอดีนแก่หญิงตั้งครรภ์ของกระทรวงสาธารณสุขที่ยังไม่มีการติดตามผลอย่างชัดเจน การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อดูประสิทธิผลการให้ยาเม็ดเสริมไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ สำรวจพฤติกรรมการรับประทานยาเม็ดเสริมไอโอดีนและการใช้เกลือเสริมไอโอดีน โดยคัดเลือกพื้นที่ที่ศึกษาจากข้อมูลสถานการณ์การขาดสารไอโอดีน พ.ศ.2553-2558 คือจังหวัดที่ไม่ขาดสารไอโอดีน 13 จังหวัดและ
ขาดสารไอโอดีน 13 จังหวัด ๆ ละ 300 ราย ผู้เข้าร่วมวิจัยทุกคนจะถูกให้เก็บปัสสาวะ 2 ครั้งเพื่อตรวจปริมาณไอโอดีน ครั้งที่หนึ่งเมื่อมาฝากครรภ์ครั้งแรกและยังไม่ได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีน ครั้งที่สองเมื่ออายุครรภ์ 36-38 สัปดาห์หลังได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีนไปแล้ว ผลการศึกษาพบว่า ค่ามัธยฐานปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์จำนวน 4,395 คน ก่อนและหลังรับประทานยาคือ 127.3 (74.4-198.1) และ156.7 (96.0-255.9) ไมโครกรัมต่อลิตร โดยมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) พบหญิงตั้งครรภ์ที่รับประทานยาทุกวันร้อยละ 57.8 รับประทานเป็นบางวันร้อยละ 32.9 และไม่รับประทานเลยร้อยละ 9.2 ส่วนสาเหตุที่ไม่รับประทานยาเนื่องจาก ลืมรับประทานยา ไม่ได้รับยา ยาหมด รับประทานแล้วเกิดผลข้างเคียง นอกจากนี้พบ หญิงตั้งครรภ์ใช้เกลือเสริมไอโอดีนร้อยละ 83.6 ในจำนวนนี้ใช้เกลือเสริมไอโอดีนอย่างเดียวร้อยละ 32.8 ส่วนเหตุผลที่ไม่ใช้เกลือเสริมไอโอดีนคือ ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยน ราคาแพง หาซื้อไม่ได้และไม่รู้จักเกลือเสริมไอโอดีน การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การรับประทานยาเม็ดเสริมไอโอดีนสามารถแก้ปัญหาการขาดสารไอโอดีนได้ สิ่งที่ควรดำเนินการเพิ่มเติมคือการให้ความรู้ การกระตุ้นให้รับประทานยาเม็ดเสริมไอโอดีนและใช้เกลือเสริมไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
นันทยา จงใจเทศ, นภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล, ปัทมาภรณ์ อักษรชู, จุฑารัตน์ สุภานุวัฒน์. พฤติกรรมการบริโภคอาหารและภาวะโภชนาการไอโอดีนของเด็กอายุ 3-5 ปี. วารสารโภชนาการ. 2561;53(2):38-53.
สำนักโภชนาการ กรมอนามัย. รายงานการดำเนินงานโครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน (ตุลาคม 2559-เมษายน 2561). กรุงเทพมหานคร: บริษัทสามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ) จำกัด; 2561.
World Health Organization/ International Council for the Control of the Iodine Deficiency Disorders / United Nations Children Fund (WHO/ ICCIDD/ UNICEF). Assessment of the iodine deficiency disorders and monitoring their elimination. 3rd edition. Geneva: WHO; 2007.
de Escobar GM, MJ Obregon, FE del Rey. Maternal thyroid hormones early in pregnancy and fetal brain development. Best Pract Res Clin Endocrinol Metab. 2004;18(2):225-48.
Glinoer D. The regulation of thyroid function during normal pregnancy: importance of the iodine nutrition status. Best Pract Res Clin Endocrinol Metab. 2004;18(2):133-52.
Zimmermann MB. Iodine requirements and the risks and benefits of correcting iodine deficiency in populations. J Trace Elem Med Biol. 2008;22:81-92.
Health Data Center. รายงานตามตัวชี้วัดระดับกรม: ความครอบคลุมการได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก ของหญิงตั้งครรภ์ที่คลอดบุตรแล้วในเขตรับผิดชอบ. [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568]; เข้าถึงได้จาก https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report-detail/14b660d6a0005a2f788a1d73e3200df0
Pino S, Fang SL, Braverman LE. Ammonium persulfate: a safe alternative oxidizing reagent for measuring urinary iodine. Clin Chem. 1996;42:239–43.
Ohashi T, Yamaki M, Pandav CS, Karmarkar MG, Irie M. Simple microplate method for determination urinary iodine. Clinical Chemistry. 2000;46:529-36.
สำนักโภชนาการ กรมอนามัย. ผลการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีนและตรวจคุณภาพเกลือบริโภคเสริมไอโอดีน โครงการเฝ้าระวังโรคขาดสารไอโอดีนแบบบูรณาการในปี 2557.
สำนักโภชนาการ กรมอนามัย. รายงานการศึกษาผลของการให้ยาเม็ดเสริมไอโอดีนต่อภาวะโภชนาการไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์. กรุงเทพมหานคร: บริษัทสามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ) จำกัด; 2562.
Jirapitcha Boonpor, Ruethaithip Surasiang, Chuleewan Thunyasirinon. Iodised Salt Consumption of Primary School Students and Iodine Concentration in Household Salt. J Nutr Assoc Thailand. 2019;54(2):46-54.
สำนักโภชนาการ กรมอนามัย. รายงานการดำเนินงานโครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน (พฤษภาคม 2561 – มิถุนายน 2563). กรุงเทพมหานคร: บริษัทสามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ) จำกัด; 2563.
ยูนิเซฟ ประเทศไทย และสำนักงานสถิติแห่งชาติ. การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2558-2559. กรุงเทพมหานคร; 2559.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่เผยแพร่ในวารสารโภชนาการ เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯ