รูปแบบการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยสูงอายุของประชาชนกลุ่มอายุ 50-59 ปี โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

ผู้แต่ง

  • พัชรวัฒน์ พัชรเกียรติกนก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

คำสำคัญ:

การเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุ, ประชาชนกลุ่มอายุ 50–59 ปี, การมีส่วนร่วมของชุมชน, ภาคีเครือข่าย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยสูงอายุของประชาชนกลุ่มอายุ 50–59 ปี 2) พัฒนารูปแบบการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยสูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย และ 3) ประเมินผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ ได้แก่ ประชาชนอายุ 50–59 ปี จำนวน 420 คน และกลุ่มทดลองกลุ่มเดียวจำนวน 50 คน ผู้ให้ข้อมูลการวิจัยเชิงคุณภาพจำนวน 10 คน คัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา ได้ค่า IOC เท่ากับ 0.82 ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.89 แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และรูปแบบการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยสูงอายุของประชาชนกลุ่มอายุ 50–59 ปี โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา Friedman Test และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า ความต้องการในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยสูงอายุประกอบด้วยด้านร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ สังคม และการดำรงชีวิตในวัยสูงอายุ โดยรูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5 ฐานหมุนเวียน(ฐานละ 25 นาที) ร่วมกับการติดตามของภาคีเครือข่ายในชุมชน ภายหลังการทดลองและระยะติดตามผลพบคะแนนเฉลี่ยการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุ สูงกว่าก่อนการทดลอง(Z=6.182 , P-value >0.05) ผู้เข้าร่วมสะท้อนว่ากิจกรรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพ การปรับพฤติกรรม และการวางแผนชีวิตในอนาคตได้อย่างเหมาะสม ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการพัฒนารูปแบบการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในชุมชน สามารถเสริมสร้างศักยภาพและความพร้อมของประชาชนก่อนวัยสูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควรขยายผลสู่พื้นที่และกลุ่มประชากรอื่นต่อไป

เอกสารอ้างอิง

กริช เกียรติญาณ, และธนัสถา โรจนตระกูล. (2564). การเตรียมความพร้อมของประชากรก่อนเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ. วารสารการพัฒนาสังคม, 23(2), 45–60.

พรสวรรค์ วุฒิวงศ์. (2564). แนวทางการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์.

พิเชฐ ปัญญาสิทธิ์, รัษฏาวัลย์ โพธิขันธ์, วาสนา ธัญญโชติ, พรฤดี นิธิรัตน์, และปิ่นนเรศ กาศอุดม. (2563). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารพยาบาลศาสตร์, 38(2), 15–29.

ภคภัทร พิชิตกุลธรรม, ชนัญชิดา ดุษฎีทูลศิริ, และพรนภา หอมสินธุ์. (2562). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารพยาบาลศาสตร์, 37(3), 50–63.

มาธุรี อุไรรัตน์, & มาลี สบายยิ่ง. (2560). การเตรียมความพร้อมของประชากรวัยก่อนสูงอายุในประเทศไทย. วารสารการพัฒนาสังคม, 19(1), 55–70.

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (2565). รายงานสถานการณ์ประชากรไทยประจำปี 2565. https://mahidol.ac.th

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2562-2564). https://www.nesdc.go.th

สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสามพราน. (2567). แผนยุทธศาสตร์สาธารณสุขอำเภอสามพราน ปีงบประมาณ 2568. กลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข.

สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง. (2567). ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567. กระทรวงมหาดไทย.

Horn, M. B., & Staker, H. (2011). The rise of K–12 blended learning. Innosight Institute.

Luevanich, C., Naklong, A., & Surachetkosom, P. (2024). Community participation in preparing for an aging society. Journal of Aging Studies, 41(2), 115–129.

Solhi, M., Pirouzeh, R., Zanjari, N., & Janani, L. (2022). Factors affecting active aging: A systematic review. BMC Public Health, 22, Article 1. https://doi.org/10.1186/s12889-022

World Health Organization. (2002). Active ageing: A policy framework. World Health Organization.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31