ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน

ผู้แต่ง

  • จริยา ผาทอง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย
  • กฤษณา ทรัพย์สิริโสภา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี
  • อารีย์ จันทะโพรี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

คำสำคัญ:

ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, การป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5), อาสาสมัครสาธารณสุข

บทคัดย่อ

อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารความเสี่ยงและส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในชุมชน จำเป็นต้องมีความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อให้สามารถเข้าถึง เข้าใจ และใช้ข้อมูลคุณภาพอากาศในการป้องกันผลกระทบจากฝุ่นละออง การวิจัยเชิงพรรณนาแบบตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน และความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 กลุ่มตัวอย่างคือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ปฏิบัติงานในเขตเทศบาลตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย จำนวน ทำการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านทุกข้อคำถาม มีค่าดัชนีความสอดคล้องมากกว่า 0.50 และได้ค่าความเที่ยงของแบบสอบถามเท่ากับ 0.84  วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05  ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกัน PM2.5 อยู่ในระดับเพียงพอ (ร้อยละ 64.00) โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 40.61 (SD. = 5.10) สำหรับพฤติกรรมการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่พบในระดับมาก (ร้อยละ 64.00) โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 17.57 (SD.  = 3.20) ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ( rsp= .263), ข้อค้นพบนี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างศักยภาพ อสม. ให้เป็น "แกนนำความรอบรู้ด้านฝุ่น PM 2.5"
เพื่อยกระดับสุขภาวะของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค. (2563). การประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพของ ประชาชนไทย ปี 2563. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ เอส ออฟเซ็ท กราฟฟิค ดีไซน์.

กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. (2563). แนวทางการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) สำหรับพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1–12. รายงานการเฝ้าระวังทางระบาด วิทยาประจำสัปดาห์, 51(46), 705–708.

https://wesr.doe.moph.go.th/wesr_new/

กิตติพร เนาว์สุวรรณ, นภชา สิงห์วีรธรรม, และนวพร ดำแสงสวัสดิ์. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความรุนแรงของโรคต่อบทบาทการดำเนินงานควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในประเทศไทย. วารสารสถาบันบำราศนราดูร, 14(2), 92–103.

ขวัญเมือง แก้วดำเกิง และจำเนียร ชุณหโสภาค. (2564). การพัฒนาและทดสอบแบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันควบคุมโรคกลุ่มบุคลากรสาธารณสุข. วารสารร่มพฤกษ์, 39(2), 193–220.

จันจิรา ชินศรี, สุทัศน์ โชตนะพันธ์, ธัชริทธิ์ ใจผูก, และพรรณวรท ภูเวียง. (2568). การประเมินระบบเฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับการรับสัมผัสฝุ่น PM2.5: กรณีพื้นที่นำร่องในจังหวัดหนองคาย เขตสุขภาพที่ 8. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 19(2), 194–220.

จิตติมา รอดสวาสดิ์, วรวรรณ พงษ์ประเสริฐ, และประทุม สีดาจิตต์. (2567). การศึกษาความรอบรู้ด้าน อนามัยสิ่งแวดล้อมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) กรณีศึกษา: พื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 47(4), 75–90.

ธนิสร ธิติภาดา. (2566). การศึกษาความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจาก ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่. กลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่.

เบญจมาศ ทำเจริญตระกูล, อิสราวรรณ สนธิภูมาศ, มลธิชา คงชนะ, และพิชญาภา วาณิชตระกูล. (2568). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคจากฝุ่น PM2.5 ของประชากรวัย ทำงานในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล, 31(1), 223–240.

เพชรผกา มูณี, บัว ฤดูบัว, สุริยพงศ์ กุลกีรติยุต, ศรัณยู คำกลาง, ปุณณ์ภวิศา ป้องพิมาย, จิตติมา จันทร์อุไร, สิทธิชัย สิงห์สุ, และวริยา เคนทวาย. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านกลาง ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี. วารสารสาธารณสุขและนวัตกรรม, 4(3), 16–24.

ภาสินี ม่วงใจเพชร และพูลทรัพย์ โพนสิงห์. (2566). การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ 5 มิติ กรณีฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เขตสุขภาพที่ 8 ปี พ.ศ. 2565. วารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 จังหวัดอุดรธานี, 1(1), 28–43.

มัตติกา ยงอยู่. (2563). ความรอบรู้ในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในเขตสุขภาพที่ 5. ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี กรมอนามัย.

รมย์รัตน์ พัชรพงศ์พันธ์ และกชกร สายสุวรรณ. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อ พฤติกรรมป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรามคำแหง. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 4(6), 693–706.

https://doi.org/10.60027/iarj.2024.279499

วิชัย ศรีผา. (2565). การพัฒนาความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น, 14(1), 29–39.

สยามราชย์ ฟูเจริญกัลยา. (2567). การพัฒนาความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในการป้องกันผลกระทบต่อ สุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.). วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา, 14, 179–192.

สรวิชญ์ สิทธิยศ, ปฏิพัทธ์ วงค์เรือง, และประจวบ แหลมหลัก. (2566). ความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการป้องกัน PM2.5 ของเยาวชนพื้นที่สูงในช่วงเผาในที่โล่งในจังหวัดพะเยา ประเทศไทย. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 9(1), 9–20.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2566). ThaiHealth Watch 2024: จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2567. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.

อารีย์ จอแย, พัทธนิษย์ คำธาร, จุฑามาศ เมืองมูล, บุษบา สอิ้งแก้ว, และมณีรัตน์ สวนม่วง. (2568). ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของกลุ่มแรงงานชาติพันธุ์อาข่า ในเขตอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชน, 3(4), 62–77.

Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.

Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A.-G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39(2), 175–191. https://doi.org/10.3758/BF03193146

Hoffmann, B., Boogaard, H., de Nazelle, A., Andersen, Z. J., Abramson, M., Brauer, M., Brunekreef, B., Forastiere, F., Huang, W., Kan, H., Kaufman, J. D., Katsouyanni, K., Krzyzanowski, M., Kuenzli, N., Laden, F., Nieuwenhuijsen, M., Mustapha, A., Powell, P., Rice, M., & Thurston, G. D. (2021). WHO air quality guidelines 2021—Aiming for healthier air for all: A joint statement by medical, public health, scientific societies and patient representative organisations. International Journal of Public Health, 66, Article 1604465. https://doi.org/10.3389/ijph.2021.1604465

World Health Organization. (2021). WHO global air quality guidelines: Particulate matter (PM2.5 and PM10), ozone, nitrogen dioxide, sulfur dioxide and carbon monoxide. WHO global air quality guidelines

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31