การเปรียบเทียบผลของการออกกำลังกายร่วมกับการฝึกการทรงตัวเพื่อป้องกันความเสี่ยง ต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ

ผู้แต่ง

  • วินิจตา ขวัญนู โรงพยาบาลศีขรภูมิ

คำสำคัญ:

ผู้สูงอายุ, การหกล้ม, การออกกำลังกาย, การทรงตัวด้วยกะลามะพร้าว

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้นแบบกลุ่มเดียวการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้นแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อน-หลังนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลของโปรแกรมการออกกำลังกายร่วมกับการฝึกการทรงตัวด้วยกะลามะพร้าว
ต่อสมรรถภาพทางกายและความเสี่ยงการหกล้ม และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้สูงอายุในโรงพยาบาลชุมชน กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุอายุ 60 – 79 ปี จำนวน 40 คน ที่รับบริการ ณ คลินิกผู้สูงอายุ โรงพยาบาลศีขรภูมิ ซึ่งได้รับโปรแกรม 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เครื่องมือที่ใช้คือแบบทดสอบ Timed Up and Go (TUG) และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test ผลการวิจัยพบว่า เวลาเฉลี่ยในการทดสอบ TUG ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจาก 14.50±3.00 เป็น 11.70±2.60 วินาที (Mean difference = 2.80 วินาที, 95% CI: 2.18-3.42, t = 9.12, P-value < .001) สัดส่วนผู้สูงอายุในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการหกล้มลดลงจากร้อยละ 50.00 เหลือร้อยละ 10.00 ขณะที่กลุ่มความเสี่ยงต่ำเพิ่มขึ้น
จากร้อยละ 15.00 เป็นร้อยละ 45.00 คะแนนความพึงพอใจโดยรวมต่อโปรแกรมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.52±0.38) ข้อเสนอแนะคือ โรงพยาบาลชุมชนสามารถนำโปรแกรม 8 สัปดาห์นี้ไปประยุกต์ใช้เป็นชุดกิจกรรม (Intervention package) ในคลินิกผู้สูงอายุ เพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางกายและลดความเสี่ยง
การหกล้ม

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค. (2562). สถานการณ์การพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุไทย. กระทรวงสาธารณสุข.

กรมอนามัย. (2566). ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เขตสุขภาพที่ 9 (แดชบอร์ดข้อมูลประชากร). กระทรวงสาธารณสุข.

พิมพ์ชนก ปานทอง, และคณะ. (2567). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบ Otago ต่อการทรงตัวและพฤติกรรมการป้องกันการล้มในผู้สูงอายุ. วารสารเครือข่ายบริการสุขภาพเขต 9, 12(1), 1–14.

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2564). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2564.

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย.

Ambrose, A. F., Paul, G., & Hausdorff, J. M. (2013). Risk factors for falls among older adults:

A review of the literature. Maturitas, 75(1), 51–61.

Bergen, G., Stevens, M. R., & Burns, E. R. (2016). Falls and fall injuries among adults aged ≥65 years — United States, 2014. MMWR Morbidity and Mortality Weekly Report, 65(37), 993–998.

Chen, W., Li, M., Li, H., Lin, Y., & Feng, Z. (2023). Tai Chi for fall prevention and balance improvement in older adults: a systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. Frontiers in Public Health, 11, 1236050.

Florence, C. S., Bergen, G., Atherly, A., Burns, E., Stevens, J., & Drake, C. (2018). Medical costs of fatal and nonfatal falls in older adults. Journal of the American Geriatrics Society, 66(4), 693–698.

Podsiadlo, D., & Richardson, S. (1991). The timed “Up & Go”: A test of basic functional mobility for frail elderly persons. Journal of the American Geriatrics Society, 39(2), 142–148.

Sherrington, C., Fairhall, N. J., Wallbank, G. K., Tiedemann, A., Michaleff, Z. A., Howard, K., ... & Lord, S. R. (2019). Exercise for preventing falls in older people living in the community. Cochrane Database of Systematic Reviews, (1), CD012424.

United Nations, Department of Economic and Social Affairs, Population Division. (2019). World Population Ageing 2019: Highlights. United Nations.

World Health Organization. (2021). Ageing and health.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-23