ผลลัพธ์และปัจจัยที่สัมพันธ์กับการตายดีในผู้ป่วยระยะสุดท้าย ภายใต้การดูแลของระบบบริการดูแลแบบประคับประคอง โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์
คำสำคัญ:
การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย, การตายดี, การดูแลแบบประคับประคอง, สังคมผู้สูงอายุ, การวิเคราะห์ปัจจัยบทคัดย่อ
ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์ ทำให้การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างยิ่ง แม้ว่าแนวคิดการตายดี (Good Death) จะเป็นตัวชี้วัดคุณภาพที่สำคัญ แต่ยังขาดข้อมูลเชิงผลลัพธ์ในบริบทของโรงพยาบาลเพื่อนำมาพัฒนาระบบบริการอย่างเป็นรูปธรรม จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินคุณภาพการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายโดยใช้ตัวชี้วัด Good Death และวิเคราะห์ปัจจัยที่สัมพันธ์กับผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบวิเคราะห์ย้อนหลังรวบรวมข้อมูลจากผู้ป่วยระยะท้ายที่เสียชีวิตทั้งหมดจำนวน 398 ราย ภายใต้การดูแลของระบบบริการดูแลแบบประคับประคอง โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ระหว่างปีงบประมาณ 2567 – 2568 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติ Chi-square และการถดถอยโลจิสติก ผลการศึกษาพบว่าอัตราการบรรลุผลลัพธ์การตายดีโดยรวมอยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 98.20 และสัดส่วนการเสียชีวิตที่บ้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจากร้อยละ 49.07 ในปี 2567 เป็นร้อยละ 61.00 ในปี 2568 (P-value = 0.026) ในการวิเคราะห์ปัจจัย พบว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ใช่โรคมะเร็งมีแนวโน้มบรรลุการตายดีได้น้อยกว่ากลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง (Adjusted OR = 0.22, 95%CI = 0.05-1.01, P-value = 0.051) ส่วนปัจจัยอื่นไม่ได้แสดงความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลลัพธ์นี้ชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของระบบบริการในภาพรวม แต่ยังสะท้อนความท้าทายในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มที่ไม่ใช่โรคมะเร็ง ซึ่งข้อมูลเชิงประจักษ์นี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบบริการดูแลแบบประคับประคองให้มีคุณภาพและเท่าเทียมยิ่งขึ้นต่อไป
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. Available from: https://www.nso.go.th
โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์. (2569). ผลลัพธ์และปัจจัยที่สัมพันธ์กับการตายดีในผู้ป่วยระยะสุดท้าย ภายใต้การดูแลของระบบบริการดูแลแบบประคับประคอง โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์. โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์.
Chindaprasirt, J., Limpawattana, P., Pakkaratho, P., & Wirasorn, K. (2019). Perceptions of a “good death” of people from the Northeastern region of Thailand. Heliyon, 5(8), e02265.
https://doi.org/10.1016/j.heliyon.2019.e02265
Dokmai, P., Krairit, O., Kitreerawutiwong, N., Mahittivanichaya, P., & Sinsuksai, N. (2021). Hospital palliative care in Thailand: A national cross-sectional study. BMC Health Services Research, 21(1), 731. https://doi.org/10.1186/s12913-021-06760-7
Keratichewanun, S., Limwattananon, C., & Kongsuk, T. (2023). Defining a good death from the perspectives of patients, caregivers, and healthcare providers: A qualitative study in Thailand. BMC Palliative Care, 22(1), 121.
https://doi.org/10.1186/s12904-023-01221-7
Kitreerawutiwong, N., Wongprom, J., & Jiraporncharoen, W. (2025). Assessing palliative care needs in two rural communities in Thailand through a household survey. Journal of the Medical Association of Thailand, 108(8), 580–587.
Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jmat/index
Krapo, M., Thanasilp, S., & Chimluang, J. (2018). Factors associated with death acceptance among Thai patients with advanced cancer. Asian Journal of Public Opinion Research, 6(1), 18–30. Available from: https://doi.org/10.15206/ajpor.2018.6.1.18
Limpawattana, P., Chindaprasirt, J., Wirasorn, K., Sookprasert, A., & Kongbunkiat, K. (2019). Preferences for a good death among Thai medical students: A cross-sectional study. BMC Medical Education, 19(1), 211.
https://doi.org/10.1186/s12909-019-1648-7
Phenwan, T., Peungposop, N., & Wongsathikun, J. (2024). Palliative care ecosystem in Thailand: Current status, challenges, and recommendations. BMJ Open Quality, 13(1), e002602. https://doi.org/10.1136/bmjoq-2023-002602
World Health Organization. (2018). Integrating palliative care and symptom relief into primary health care: A WHO guide for planners, implementers and managers. World Health Organization. Available from: https://www.who.int/health-topics/palliative-care
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน