ผลการบริหารจัดการสิ่งสนับสนุนต่อการควบคุมอุณหภูมิตู้เย็นและอุบัติการณ์วัคซีนเสื่อมคุณภาพก่อนกำหนด แผนกเภสัชกรรม โรงพยาบาลควนเนียง จังหวัดสงขลา
คำสำคัญ:
บริหารจัดการสิ่งสนับสนุน, อุณหภูมิตู้เย็น, วัคซีน, เสื่อมคุณภาพบทคัดย่อ
การควบคุมสภาวะการเก็บรักษาวัคซีนให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสมและการบำรุงรักษาอุปกรณ์
เป็นหนึ่งในกระบวนการหลักของระบบลูกโซ่ความเย็นที่จะทำให้วัคซีนคงสภาพดีมีประสิทธิผลในการป้องกันโรคและลดการสูญเสีย วิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบอุณหภูมิตู้เย็นกับเกณฑ์มาตรฐาน (2 - 8 องศาเซลเซียส) และเพื่อศึกษาอุบัติการณ์วัคซีนเสื่อมคุณภาพก่อนกำหนด หลังการบริหารจัดการสิ่งสนับสนุนต่ออุณหภูมิตู้เย็น แผนกเภสัชกรรม โรงพยาบาลควนเนียง จังหวัดสงขลา ระเบียบวิธีวิจัยเป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบกลุ่มเดียววัดหลังการทดลอง ระยะเวลาดำเนินการวิจัยตั้งแต่ พฤศจิกายน 2567 – ธันวาคม 2568 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ อุณหภูมิตู้เย็นเก็บวัคซีนในคลังยา จำนวน 273 ครั้ง คำนวณโดยใช้โปรแกรม G* Power Analysis เครื่องมือวิจัยคือ การบริหารจัดการสิ่งสนับสนุนซึ่งประกอบด้วยการจัดการปัจจัยหลัก 4 อย่าง คือ 1. เครื่องมือและอุปกรณ์ 2. ด้านเทคโนโลยี 3. การดูแลบำรุงรักษา 4. ด้านบุคลากร และแบบรายงาน ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ระหว่าง 0.67-1.00 วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีทางสถิติที่ใช้เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างเพียงกลุ่มเดียว
ผลการวิจัย พบว่าหลังการบริหารจัดการสิ่งสนับสนุนต่ออุณหภูมิตู้เย็น ตู้เย็นมีค่าอุณหภูมิต่ำสุด 2.19 ค่าสูงสุด 3.81 (M = 2.81, SD. = 0.28) ตู้เย็นเก็บวัคซีนสามารถเก็บอุณหภูมิได้ระหว่าง 2 - 8 องศาเซลเซียสอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 และไม่พบอุบัติการณ์ยาเสื่อมคุณภาพก่อนกำหนด จากผลการวิจัยครั้งนี้รูปแบบการบริหารจัดการสิ่งสนับสนุนต่ออุณหภูมิตู้เย็นเก็บวัคซีนในคลังวัคซีนระดับอำเภอ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ตามบริบทหรือตามทรัพยากรหรือข้อจำกัดอื่นๆในแต่ละพื้นที่ซึ่งให้รูปแบบการบริหารจัดการแตกต่างกันไปจึงต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมขึ้นหรือปรับเปลี่ยนให้ได้รูปแบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสามารถรักษาอุณหภูมิของตู้เย็นในคงอยู่ในช่วงมาตรฐานตามที่กำหนด
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. (2566) . มาตรฐานการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคปีงบประมาณ 2566.
กองโรคติดต่อทั่วไป.
https://dmsic.moph.go.th/index/detail/9137
ธีรพงศ์ สงผัด, รุ้งจิตรา ม่วงศรี, และ ธิดารัตน์ คำจันทร์. (2566). ระบบจัดเก็บข้อมูลและแจ้งเตือนอุณหภูมิตู้เก็บวัคซีน. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 3(1), 12-21.
พรรณวิภา ลาภจิตร และ นุศราพร เกษมสมบูรณ์. (2564). การจัดการความเสี่ยงโดยใช้ Failure Mode And Effects Analysis ในลูกโซ่ความเย็นวัคซีนของอำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์. วารสารเภสัชกรรมไทย, 13(1), 52-65.
พรสวรรค์ จันทร์ทอง. (2565). การติดตามอุณหภูมิระบบลูกโซ่ความเย็นในคลังวัคซีนเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา, 2(1), 1-17.
พอพิศ วรินทร์เสถียร, ขัตติยะ อุตม์อ่าง, และเผด็จศักดิ์ ชอบธรรม. (2559). การประเมินคุณภาพการบริหารจัดการวัคซีนและระบบลูกโซ่ความเย็นของคลังวัคซีนระดับอำเภอในประเทศไทย ปี 2558. วารสารควบคุมโรค, 42(3), 194-207.
พิชญา นวลได้ศรี, กรกมล รุกขพันธ์, และวีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์. (2554). การติดตามอุณหภูมิระบบลูกโซ่ความเย็นในคลังวัคซีนระดับอำเภอและตำบล, การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับ
บัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 23: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน.
วิจิตตรา คุ้มวงศ์ และสรวง รุ่งประกายพรรณ. (2565). การพัฒนาชุดอุปกรณ์อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่งสำหรับติดตามอุณหภูมิและความชื้นของการเก็บรักษายา. Thai bulletin of Pharmaceutical sciences,
(2), 101-118.
ศศิประภา ชิตรัตถา. (2561). ความคงสภาพของยา (Drug stability). ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์สภาเภสัชกรรม. https://ccpe.pharmacycouncil.org/showfile.php?file=484
ศิริรัตน์ เตชะธวัช. (2556). มาตรฐานการดำเนินงานด้านคลังและการเก็บรักษาวัคซีน. นนทบุรี:
โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
ศิริลักษณ์ ทวีรัตน์, บุญญลิป คะหาวงษ์, เกศแก้ว บุญแสง, สามารถ แสนโคตร, ลลิตา วีระเสถียร, ณัฐพร อยู่ปาน และสมหญิง พุ่มทอง. (2561). การพัฒนาวิธีจัดส่งวัคซีนของโรงพยาบาลในจังหวัดนครนายก. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น, 25(2), 103-114.
อภิชัย พจน์เลิศอรุณ. (2562). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการพัฒนาคลังวัคซีนสำหรับตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค. วารสารควบคุมโรค, 45(3), 258-269.
อามัดซุบรี สะอะ. (2567, 27-28 มิถุนายน). ระบบบันทึกอุณหภูมิตู้เย็นวัคซีนอัตโนมัติ (TEMP-S) [Poster].
มหกรรมวิชาการทางสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ปี 2567. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา.
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ:Lawrence Erlbaum.
Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A. G., & Buchner, A. (2007). G* Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior research methods, 39(2), 175-191.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน