สมการพยากรณ์การป้องกันตนเองจากภาวะแทรกซ้อนของโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูงที่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไร่ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี
คำสำคัญ:
การป้องกันตนเอง, โรคหลอดเลือดสมอง, แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional study) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ การรับรู้โอกาสเสี่ยง การรับรู้ความรุนแรง การรับรู้ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรค การรับรู้ความสามารถในการป้องกันตนเอง ปัจจัยชักจูงในการป้องกันตนเองจากโรคหลอดเลือดสมอง พฤติกรรมการป้องกันตนเองจากภาวะแทรกซ้อนของโรคหลอดเลือดสมอง และเพื่อสร้างสมการพยากรณ์การป้องกันตนเองจากภาวะแทรกซ้อนของโรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ ในเขตพื้นที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไร่ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จำนวน 250 คน ได้มาโดยการสุ่มด้วยวิธีการสุ่มแบบง่ายจากทะเบียนผู้ป่วย วิเคราะห์โดยใช้สถิติพรรณนา (Descriptive statistics) ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ
ผลการวิจัย พบว่าสมการพยากรณ์พฤติกรรมการป้องกันตนเองจากภาวะแทรกซ้อนของโรคหลอดเลือดสมอง คือ Y = -1.118 + 0.261(A) + 0.324(B) + 0.328(C)+ 0.004(D) ร่วมกันทำนายพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากภาวะแทรกซ้อนของโรคหลอดเลือดสมอง (Adj.R2 = 0.614, P-value < 0.05)
ดังนั้นตัวแปรอิสระทั้งหมดสามารถพยากรณ์พฤติกรรมการป้องกันตนเองจากภาวะแทรกซ้อนของโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการป้องกันตนเองได้ร้อยละ 61.40 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเสริมสร้างการรับรู้และแรงสนับสนุนจากภายนอกในการส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กองโรคไม่ติดต่อ, กรมควบคุมโรค. (2567). รายงานประจำปี 2567 กองโรคไม่ติดต่อ.
กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์.
จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ. (2560). พฤติกรรมสุขภาพ แนวคิด ทฤษฏี และการประยุกต์ใช้.
พิษณุโลก : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร.
นันทวรรณ ทิพยเนตร, วชิร ชนะบุตร.(2559). ความรู้เรื่องความเสี่ยงและอาการเตือนโรคหลอดเลือดสมอง : กรณีศึกษาโรงงานทอผ้าแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคาม. สาขาเวชกิจฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. ฉบับปรับปรุงใหม่. กรุงเทพมหาคนร : สุวีริยาสาส์น.
ปิยะนุช จิตตนูนท์ และคณะ (2564). ความรู้โรคหลอดเลือดสมองและพฤติกรรมป้องกันของกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง : กรณีศึกษาตำบลห้วยนาง จังหวัดตรัง. ใน วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์. 41(2) 13-25.
สำนักงานเลขานุการการขับเคลื่อนแผนโรคไม่ติดต่อชาติ. (2565). แผนปฏิบัติการ ด้านการป้องกัน
และควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย (พ.ศ. 2566 - 2570). กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค
กระทรวงสาธารณสุข.
Bloom, B (1975). Taxonomy of Educational Objectives Handbook I.
Cognitive Domain. New York: David Mckay.
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. New York: W.H. Freeman.
Cronbach, Lee. J. (1990). Essentials of psychological testing(5 th ed.).
New York : Harper & Row.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities.
Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
O’Donnell, M. J., Chin, S. L., Rangarajan, S., et al. (2016). Global and regional effects of
potentially modifiable risk factors associated with acute stroke in 32 countries
(INTERSTROKE): a case-control study. The Lancet, 388(10046), 761–775.
Rosenstock, I. M., Strecher, V. J., & Becker, M. H. (1988). Social learning theory and the Health Belief Model. Health Education Quarterly, 15(2), 175–183.
World Health Organization. (2018). Primary health care: Transforming vision into action. Geneva: WHO.
World Health Organization. (2024). Global status report on noncommunicable disease 2024. Geneva, Switzerland: World Health Organization; 2024.
Report No.: 978 92 4 156485 4.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน