การเปรียบเทียบประสิทธิผลการให้ธาตุเหล็กเสริมในรูปแบบรับประทานสัปดาห์ละครั้งกับรับประทานทุกวันเพื่อป้องกันภาวะโลหิตจางในเด็กไทยอายุ 6 – 12 เดือนที่ไม่มีภาวะโลหิตจาง
คำสำคัญ:
ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก, การเสริมธาตุเหล็ก , ประสิทธิผล, เด็กไทยบทคัดย่อ
ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (IDA) เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่ส่งผลกระทบถาวรต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก นโยบายของประเทศไทยที่แนะนำให้เสริมธาตุเหล็กสัปดาห์ละครั้งมีความแตกต่างจากแนวทางขององค์การอนามัยโลกที่แนะนำให้เสริมทุกวัน การวิจัยเชิงทดลองนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เปรียบเทียบประสิทธิผลของการเสริมธาตุเหล็กแบบทุกวันกับสัปดาห์ละครั้ง และ
2. ศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันภาวะโลหิตจางในเด็กไทย โดยดำเนินการศึกษาแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุมและปกปิดสองทาง (Double-blinded RCT) ในเด็กอายุ 6 เดือนที่ไม่มีภาวะโลหิตจาง จำนวน 96 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับธาตุเหล็กเสริม 12.5 มิลลิกรัมทุกวัน และกลุ่มที่ได้รับสัปดาห์ละครั้ง
เป็นระยะเวลา 6 เดือน ผลการศึกษาพบว่า เด็กอายุ 12 เดือน กลุ่มที่ได้รับธาตุเหล็กทุกวันมีค่าเฉลี่ยระดับฮีโมโกลบิน (12.2 g/dL vs 11.4 g/dL; P-value < 0.001) และระดับซีรั่มเฟอร์ริติน (45.5 ng/mL vs 18.2 ng/mL; P-value < 0.001) สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับสัปดาห์ละครั้งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่สำคัญที่สุดคือไม่พบเด็กที่มีภาวะ IDA เลยในกลุ่มที่ได้รับยาทุกวัน (ร้อยละ 0.00) ขณะที่กลุ่มสัปดาห์ละครั้งพบสูงถึงร้อยละ 16.70 (P-value = 0.006) ในด้านปัจจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่าทั้งสองกลุ่มมีระดับความร่วมมือในการรับประทานยาสูงกว่าร้อยละ 90 (P-value = 0.712) และไม่พบความแตกต่างของอุบัติการณ์อาการไม่พึงประสงค์อย่างมีนัยสำคัญ (P-value = 0.647) ซึ่งชี้ให้เห็นว่ารูปแบบการให้ยาทุกวันมีความปลอดภัยและเด็กสามารถทนต่อยาได้ดีสรุปผลการวิจัย การเสริมธาตุเหล็กเป็นประจำทุกวันมีประสิทธิผลในการป้องกันภาวะโลหิตจางและการขาดธาตุเหล็กในเด็กไทยอายุ 6 – 12 เดือนได้ดีกว่าการให้สัปดาห์ละครั้งอย่างชัดเจน ผลการศึกษานี้จึงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์สำคัญในการพิจารณาทบทวนนโยบายระดับชาติเพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางการเสริมธาตุเหล็กให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2560). แนวทางการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และการใช้ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กในเด็ก. สำนักโภชนาการ กรมอนามัย.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). ร้อยละเด็กอายุ 6-11 เดือน ที่มีภาวะโลหิตจาง ไม่เกินร้อยละ 20. ระบบ Health Data Center (HDC). สืบค้นเมื่อ 10 พฤษภาคม 2568, จาก https://dashboard.anamai.moph.go.th/dashboard/anemia6m12m/index?year=2023
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2568). แนวทางการใช้เกณฑ์ฮีโมโกลบินในการวินิจฉัยภาวะโลหิตจางในเด็กและสตรีมีครรภ์. นนทบุรี: สำนักโภชนาการ กรมอนามัย.
งานเวชระเบียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์. (2567). ข้อมูลจากระบบ Hosxp คลินิกสุขภาพเด็กดี (พ.ศ. 2563–2567) [เอกสารไม่ตีพิมพ์]. นครสวรรค์: โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์.
ทิพยเนตร พงษ์เจริญ. (2567). การศึกษาประสิทธิภาพของการเสริมธาตุเหล็กทุกวันและสัปดาห์ละครั้งต่อความชุกภาวะโลหิตจางในเด็กทารกไทยอายุ 6–12 เดือน. วารสารสาธารณสุขและโภชนาการ, 39(1), 15–28.
สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2558). คู่มือแนวทางควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก. นนทบุรี: สำนักกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์.
GBD 2021 Anaemia Collaborators. (2023). Prevalence, years lived with disability, and trends in anaemia burden by cause and by country and territory, 1990–2021: A systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2021. The Lancet Haematology, 10(9), e713–e739. https://doi.org/10.1016/S2352-3026(23)00160-3
Hare, D. J., Cardoso, B. R., Szymlek-Gay, E. A., & Biggs, B. A. (2018). Neurological effects of iron supplementation in infancy: Finding the balance between health and harm in iron-replete infants. The Lancet Child & Adolescent Health, 2(2), 144–156. https://doi.org/10.1016/S2352-4642(17)30158-8
Lopez, A., Cacoub, P., Macdougall, I. C., & Peyrin-Biroulet, L. (2016). Iron deficiency anaemia. The Lancet, 387(10021), 907–916. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(15)60803-2
Matos, T. A., Arcanjo, F. P., Santos, P. R., & Arcanjo, C. C. (2016). Prevention and treatment of anemia in infants through supplementation, assessing the effectiveness of using iron once or twice weekly. Journal of Tropical Pediatrics, 62(2), 123–130. https://doi.org/10.1093/tropej/fmv088
Nogueira Arcanjo, F. P., Santos, P. R., Costa Arcanjo, C. P., Meira Magalhães, S. M., & Madeiro Leite, A. J. (2013). Daily and weekly iron supplementations are effective in increasing hemoglobin and reducing anemia in infants. Journal of Tropical Pediatrics, 59(3), 175–179. https://doi.org/10.1093/tropej/fms074
Pasricha, S. R., Hasan, M. I., Braat, S., D'Souza, A., Elbers, S., Lewis, D., ... & Biggs, B. A. (2021). Benefits and risks of iron interventions in infants in rural Bangladesh. The New England Journal of Medicine, 385(11), 982–995. https://doi.org/10.1056/NEJMoa2034187
Pattrakornkul, N., Ngamcherdtrakul, P., Kriangburapa, W., Thammasuwimol, J., Prakitvanichakul, P., & Puthong, S. (2021). Daily and weekly iron supplementations to improve iron status in infants: A randomized controlled trial. Journal of the Medical Association of Thailand, 104(9), 1511–1518. https://doi.org/10.35755/jmedassocthai.2021.09.12502
Pongcharoen, T., Rojroongwasinkul, N., Tuntipopipat, S., Winichagoon, P., Vongvimetee, N., Phanyotha, T., ... & Kijboonchoo, K. (2024). South East Asian Nutrition Surveys II (SEANUTS II) Thailand: Triple burden of malnutrition among Thai children aged 6 months to 12 years. Public Health Nutrition, 27, e152.
World Health Organization. (2016). Guideline: Daily iron supplementation in infants and children. World Health Organization.
World Health Organization. (2023). Accelerating action on anaemia: Comprehensive framework for action. World Health Organization.
World Health Organization. (2024). Guideline on haemoglobin cut-offs to define anaemia in individuals and populations. World Health Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน