การพัฒนาโมเดลการเฝ้าระวังโรคติดต่อในชุมชนโดยใช้กลไกภาคประชาชนร่วมกับ หน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
-
คำสำคัญ:
การเฝ้าระวังโรคติดต่อในชุมชน, การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.พัฒนาโมเดลการเฝ้าระวังโรคติดต่อในชุมชนโดยใช้กลไกภาคประชาชนร่วมกับหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และ 2. ประเมินประสิทธิผลของโมเดลในการเฝ้าระวังและควบคุมโรคติดต่อสำคัญในชุมชน ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคมือเท้าปาก และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชน ระยะที่ 2 ยกร่างและพัฒนาโมเดลโดยผู้เชี่ยวชาญ และระยะที่ 3 ทดลองใช้และประเมินผลโมเดลในพื้นที่นำร่อง 3 หมู่บ้าน
กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 60 คน ประกอบด้วยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 34 คน ผู้นำชุมชน 12 คน บุคลากรหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ 8 คน
และประชาชนในพื้นที่ 6 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย 1. แบบสอบถามสภาพปัญหาและความต้องการเฝ้าระวังโรคติดต่อ 4 ด้าน 30 ข้อ มาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ 2. แนวคำถามสำหรับสนทนากลุ่ม และ 3. แบบประเมินประสิทธิผลของโมเดลก่อน–หลังการใช้ 5 ตัวชี้วัด ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ได้ค่า IOC ระหว่าง 0.80–1.00 และความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเท่ากับ 0.87 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา (ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และสถิติทดสอบ Wilcoxon Signed-Rank Test เปรียบเทียบก่อน – หลัง และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ร่วมกับการตรวจสอบแบบสามเส้า (Triangulation) และ Member Checking
ผลการวิจัยพบว่า โมเดลการเฝ้าระวังโรคติดต่อในชุมชนที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1. กลไกการมีส่วนร่วมของชุมชน 2. ระบบเฝ้าระวังเชิงรุกระดับครัวเรือน 3. การเชื่อมโยงข้อมูลแบบสองทางกับหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ และ 4. การตอบสนองเชิงระบบและการสื่อสารความเสี่ยง ผลการทดลองใช้โมเดลในหมู่บ้านนำร่อง 3 แห่ง เป็นเวลา 6 เดือน พบว่า ระยะเวลาเฉลี่ยในการรายงานผู้ป่วยลดลงจาก 3.6 ± 1.1 วัน เหลือ 1.5 ± 0.6 วัน (P-value < .001) สัดส่วนการรายงานผ่าน อสม. และภาคประชาชนเพิ่มจากร้อยละ 38.30 เป็นร้อยละ 72.10 ความถี่ของการประชุมวิเคราะห์สถานการณ์ระดับชุมชนเพิ่มจากเฉลี่ย 0.8 ครั้ง/เดือน เป็น 2.4 ครั้ง/เดือน และคะแนนความเหมาะสมของโมเดลจากผู้ใช้อยู่ที่ 4.36 ± 0.42 (ระดับมาก)
สรุปได้ว่า โมเดลการเฝ้าระวังโรคติดต่อในชุมชนที่พัฒนาขึ้นมีแนวโน้มช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจจับและรายงานโรค เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และเชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิได้อย่างเป็นระบบ เหมาะสมกับบริบทพื้นที่อำเภอเทพา และมีศักยภาพในการประยุกต์ใช้ในพื้นที่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ควรมีการศึกษาติดตามผลในระยะยาวและเปรียบเทียบกับพื้นที่ควบคุมเพื่อยืนยันประสิทธิผลของโมเดลต่อไป
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา. (2566). รายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออก.
https://www.skho.moph.go.th/web/adm/uploads/agenda/7fbd63f6-3.1-suis-dead-071166-ver3-.pdf
Ali, M., Rahman, M., & Ahmed, S. (2023). Community-based surveillance systems for early detection of infectious diseases in low- and middle-income countries. Global Health Reports, 5(2), 45–58.
Baral, S., & Logie, C. H. (2023). Trust, community engagement, and public health responses to infectious disease outbreaks. The Lancet Public Health, 8(4), e287–e296.
Chen, X., Li, Y., Wang, Q., & Zhang, H. (2023). Digital community health platforms and rapid response to infectious disease outbreaks: Evidence from China. International Journal of Medical Informatics, 174, 105037.
Lee, S. Y., & Hassan, H. (2023). Community surveillance and rapid response networks for tuberculosis control in primary healthcare settings. BMC Public Health, 23, 1124.
Gubler, D. J. (2022). Dengue, urbanization and globalization: The unholy trinity of the 21st century. Tropical Medicine and Health, 50(1), 1–7.
Nguyen, T. H., Pham, M. D., & Tran, Q. N. (2023). Strengthening community-based surveillance for dengue prevention in rural Vietnam. PLOS Global Public Health, 3(6), e0001456.
Nutbeam, D., Muscat, D. M., & Harris, E. (2021). Health literacy and community engagement: New directions in public health. Health Promotion International, 36(S1), i1–i3.
Poonkasetwattana, M., Kittitrakul, C., & Phongphrachan, S. (2022). Community-based surveillance for infectious disease prevention in Thailand: Lessons from local health networks. Asia-Pacific Journal of Public Health, 34(7–8), 845–853.
Singh, R., Patel, V., & Kumar, A. (2022). Mobile health–supported community surveillance for influenza outbreaks in rural India. Journal of Medical Internet Research, 24(9), e38145.
Sommanustweechai, A., & Putthasri, W. (2023). Integrating village health volunteers and primary care units for infectious disease control in Thailand.
Health Policy and Planning, 38(4), 482–491.
Tan, E. J., Lim, W. Y., & Koh, G. C. H. (2022). Digital health systems for community-based infectious disease surveillance: A systematic review. Journal of Medical Systems, 46(8), 54.
World Health Organization. (2023). Community-based surveillance: Guiding principles and best practices. WHO Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน