ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและผลลัพธ์ ทางคลินิกในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะไตเรื้อรังระยะที่ 3 ในคลินิกโรคเรื้อรัง ตำบลนครไทย อำเภอนครไทยจังหวัดพิษณุโลก
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการดูแลตนเอง, โรคเบาหวานชนิดที่ 2, โรคไตเรื้อรัง, การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบทคัดย่อ
ภาวะไตเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่นำไปสู่ภาระค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิตที่ลดลง ซึ่งความท้าทายหลักในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้คือการส่งเสริมพฤติกรรมการจัดการตนเองที่มีประสิทธิภาพซึ่งมักถูกจำกัดด้วยระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพที่ไม่เพียงพอ การวิจัยเชิงกึ่งทดลองนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิก (ค่า HbA1c และ eGFR) โดยใช้แบบแผนการวิจัยแบบมีกลุ่มควบคุมและมีการวัดผลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะไตเรื้อรังระยะที่ 3 จำนวน 70 ราย
ที่คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ณ คลินิกโรคเรื้อรัง และแบ่งเป็นกลุ่มทดลอง (n=35) และกลุ่มควบคุม (n=35) กลุ่มทดลองได้เข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพระยะเวลา 10 สัปดาห์ ซึ่งเน้นการพัฒนาทักษะปฏิบัติและการมีส่วนร่วมของครอบครัว ขณะที่กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามมาตรฐานปกติภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองสูงขึ้น มีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ลดลง และมีค่าอัตราการกรองของไต (eGFR) สูงขึ้นกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value < 0.05) ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม (ANCOVA) หลังสิ้นสุดการทดลอง โดยควบคุมอิทธิพลของค่าตั้งต้น พบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ค่าเฉลี่ยปรับแก้ = 4.55 เทียบกับ 3.60, P-value < 0.001) ในด้านผลลัพธ์ทางคลินิก กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ต่ำกว่า (7.75% เทียบกับ 8.45%, P-value < 0.001) และมีค่าอัตราการกรองของไต (eGFR) สูงกว่า (47.30 เทียบกับ 44.10 มล./นาที/1.73 ตร.ม., P-value = 0.025) กลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิจัยนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยันว่าโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเป็นยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิผลในการพัฒนาพฤติกรรมการดูแลตนเองและส่งผลให้ผลลัพธ์ทางคลินิกดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น โปรแกรมนี้จึงควรได้รับการพิจารณาเพื่อนำไปบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของแนวปฏิบัติมาตรฐานในคลินิกโรคเรื้อรัง เพื่อเสริมสร้างพลังอำนาจให้ผู้ป่วยสามารถชะลอความเสื่อมของไตและยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2559). กลยุทธ์การเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ. กระทรวงสาธารณสุข.
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. (2564). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: กระบวนการ ปฏิบัติการ เครื่องมือประเมิน. ไอดีออล ดิจิตอล พริ้นท์.
สายฝน สารินทร์, สุทธีพร มูลศาสตร์, & วรวรรณ ชัยลิมปมนตรี. (2562). ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เสี่ยงต่อโรคไตเรื้อรัง. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 29(2), 86–101.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2565). รายงานงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2565. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.
เสาวลักษณ์ ศรีดาเกษ. (2564). ผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันภาวะไตเสื่อมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะไตเรื้อรังระดับ 3. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, 37(2), 58–71.
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย. (2567). รายงานสรุปสถานการณ์ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคไตเรื้อรัง ประจำปี 2567. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย.
Butayeva, J., Park, S.-I., & Kim, K. (2023). The impact of health literacy interventions on glycemic control and self-management behaviors in patients with type 2 diabetes: A systematic review and meta-analysis. Journal of Clinical & Translational Endocrinology, 33, 100318.
Inthasorn, P., & Pechrapa, K. (2021). Factors predicting progression of chronic kidney disease among patients with type 2 diabetes mellitus in a community hospital. Journal of The Royal Thai Army Nurses, 22(2), 225-234.
Kovesdy, C. P. (2022). Epidemiology of chronic kidney disease: An update 2022. Kidney International Supplements, 12(1), 7–11.
Marciano, L., Camerini, A.-L., & Schulz, P. J. (2019). The role of health literacy in diabetes knowledge, self-care, and glycemic control: A meta-analysis. Patient Education and Counseling, 102(6), 1087–1098.
Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies. Health Promotion International, 15(3), 259–267.
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12), 2072–2078.
Orem, D. E. (2001). Nursing: Concepts of practice (6th ed.). Mosby.
Wongphu, N., Limwattananon, S., Phaiyarom, M., Limwattananon, C., Chariyalertsak, S., & Srirat, C. (2020). Health literacy, health behaviours, and health outcomes among Thai patients with type 2 diabetes mellitus. PLoS ONE, 15(10), e0240319.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน