การพัฒนาระบบติดตามและเฝ้าระวังการใช้ยาในสถานพยาบาลเอกชน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในจังหวัดกระบี่

ผู้แต่ง

  • เสาวณีย์ จรเจนเกียรติ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่

คำสำคัญ:

ความปลอดภัยด้านยา, สถานพยาบาล, การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม, ระบบเฝ้าระวัง, การคุ้มครองผู้บริโภค

บทคัดย่อ

ความปลอดภัยด้านยาเป็นหัวใจสำคัญของคุณภาพระบบบริการสุขภาพ แต่การกำกับดูแล                      ในสถานพยาบาลเอกชน โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างกระบี่ ยังคงเผชิญความท้าทายจากระบบรายงานที่ไม่สอดคล้องกับบริบทและขาดการมีส่วนร่วม การศึกษานี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ภายใต้กรอบแนวคิดการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) โดยใช้การออกแบบการวิจัยแบบผสมผสานเชิงสำรวจ (Exploratory Sequential Mixed Methods) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบติดตามและเฝ้าระวังการใช้ยาที่เหมาะสมกับบริบทของสถานพยาบาลเอกชนในจังหวัดกระบี่ การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ: 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ 2) การพัฒนาระบบ และ 3) การทดลองใช้และประเมินผล กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วยผู้ปฏิบัติงานและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรวม 20 คนในระยะพัฒนา และสถานพยาบาลนำร่อง 10 แห่งในระยะทดลองใช้ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแนวคำถามกึ่งโครงสร้างและแบบประเมินความพึงพอใจและความเป็นไปได้ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (IOC) ผลการศึกษาพบว่า อุปสรรคสำคัญคือภาระงานซ้ำซ้อนและการขาดข้อมูลย้อนกลับ ระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่มุ่งเน้นการจัดเก็บ "ชุดข้อมูลจำเป็นขั้นต่ำ" (Minimum Dataset) ได้แก่ รายการยาที่มีความเสี่ยงสูง (High-alert drugs) การใช้ยาปฏิชีวนะ และเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (AE) ผ่านเครื่องมือรายงานอิเล็กทรอนิกส์ ควบคู่กับกลไกรายงานข้อมูลย้อนกลับ (Feedback Loop) และเวทีความร่วมมือ ผลการประเมินหลังทดลองใช้ 3 เดือน พบว่าผู้ใช้งานมีความพึงพอใจและความเป็นไปได้ในการใช้งานในระดับสูงมาก (ค่าเฉลี่ยรวม M = 4.62, SD. = 0.41) โดยเฉพาะด้านประโยชน์ของข้อมูลย้อนกลับ (M = 4.80, SD. = 0.42) และความสะดวกในการใช้งาน (M = 4.70, SD. = 0.48) ระบบนี้แสดงให้เห็นศักยภาพในการเป็นต้นแบบการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากเชิงควบคุมสู่เชิงร่วมมือ ซึ่งช่วยลดภาระงานและเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังได้อย่างเป็นรูปธรรม

เอกสารอ้างอิง

รังสิมา ไชยาสุ. (2568). สถานการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในโรงพยาบาลเอกชน. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 19(2), 97–116.

ราชกิจจานุเบกษา. (2562). พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562. เล่ม 136 ตอนที่ 69 ก.หน้า 52-95.

Bahri, P., Arlett, P., Blake, K. V., Kurz, X., & Edwards, I. R. (2024). The STAR compass to guidefuture pharmacovigilance. Drug Safety, 47, 911–925.

Garashi, H. Y., Ganesan, S., & Sahu, N. (2022). A systematic review of pharmacovigilance systems in developing countries. Pharmaceutical Medicine, 36(5), 327–345.

Ramanadhan, S., Graff, K., & Emmons, K. M. (2024). Using participatory implementation science to advance health equity. Annual Review of Public Health, 45, 325–347.

Shah, H. A., Roberts, M., & Johnson, L. (2024). A purpose-oriented review of public health surveillance systems. BMJ Public Health, 2(1), e000374.

Sriram, V., Topp, S. M., & Schaaf, M. (2024). The role of private healthcare sector actors in health policy processes: A scoping review. Health Policy and Planning, 39(10), 1223–1242.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-21