ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ: การศึกษาภาคสนามเชิงปริมาณในพื้นที่บ้านนากลาง ตำบลสี่ขีด อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, คุณภาพชีวิต, ผู้สูงอายุบทคัดย่อ
การศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางเพื่อศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ บ้านนากลาง ตำบลสี่ขีด อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 92 คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถาม 5 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไป ความสามารถในการดำเนินชีวิต ความรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมสุขภาพตามแนวทาง 3อ.2ส. และแบบประเมินคุณภาพชีวิตตามแนวคิดขององค์การอนามัยโลก ผ่านการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยผู้ทรงคุณวุฒิและการคำนวณค่าความเชื่อมั่น (Cronbach's alpha = 0.72) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (M = 10.55, SD. = 7.93) แต่ทุกองค์ประกอบอยู่ในระดับต่ำ ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูลบริการสุขภาพ (M = 2.05) การสื่อสารสุขภาพ (M = 2.98)
การจัดการตนเอง (M = 3.62) และการรู้เท่าทันสื่อ (M = 1.90) ส่วนคุณภาพชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับสูง (M = 80.95, SD. = 7.61) ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สัมพันธภาพทางสังคม และสิ่งแวดล้อม ด้านการจัดการตนเองมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.641, p = 0.04) ขณะที่องค์ประกอบอื่นไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ได้แก่ การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างทักษะการจัดการตนเอง การเพิ่มความรู้เท่าทันสื่อ และการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาวะควรนำไปปฏิบัติเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชนชนบทอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2562). รายงานประจำปี 2562. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. https://www.dop.go.th/th/implementaion/2/1/1168
จันทร์จิรา สีสว่าง, และคณะ. (2557). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองในผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลศาสตร์รามาธิบดี, 20(2), 181–193.
ศิรธานี กิจปพน. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 11(1), 26–36.
สมชาย เจริญวงศ์, สุนีย์ คงคุณ, วิทยา จันทร์แสงรัตน์, และสุกัญญา ศรีวรรณ. (2561). การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ และสังคมของผู้สูงอายุ. วารสารวิชาการสุขภาพและการพยาบาล, 12(2), 45–58.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2562). การเข้าสู่สังคมสูงอายุของประชากรโลก.
Health Information Sources Influencing Health Literacy in Different Social Contexts. (2022). International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(10), 6051.
Health Literacy among Older Adults during COVID-19 Pandemic. (2022). Journal of Health Literacy, 15(1), 45–56.
Mauk, K. L. (2014). Gerontological nursing: Competencies for care (3rd ed.). Jones & Bartlett Learning. Gerontological Nursing: Competencies for Care: 9781284233360
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12), 2072–2078. https://doi.org/10.1016/j.socscimed.2008.09.050
Pa-in, P., Wonghongkul, T., Panuthai, S., Khampolsiri, T., & Chintanawat, R. (2023). Causal model of health literacy in Thai older adults with knee osteoarthritis. Retrieved from https://www.researchgate.net/figure/Number-percentage-mean-standard-deviation-and-level-of-health-literacy-of-elders-N433_tbl1_366673691
Sukcharoen, P., Sakunpong, N., & Polruk, J. (2024). Impact of a transformative health literacy model for Thai older adults with hypertension. BMC Research Notes, 17, Article 278.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน