ผลของโปรแกรมการจับคู่แปรงฟันหลังอาหารกลางวันต่อการลดคราบจุลินทรีย์ ในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี
คำสำคัญ:
โปรแกรมการจับคู่แปรงฟัน, คราบจุลินทรีย์, นักเรียนประถมศึกษา, พฤติกรรมการแปรงฟันบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental Research) นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการจับคู่แปรงฟันหลังอาหารกลางวันต่อการลดปริมาณคราบจุลินทรีย์ในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มตัวอย่างเริ่มต้นจำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบกลุ่มละ 30 คน โดยมีผู้เข้าร่วมการวิจัยจนสิ้นสุดโครงการและนำมาวิเคราะห์ผลจำนวน 57 คน (กลุ่มทดลอง 28 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ 29 คน) กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการจับคู่แปรงฟัน (Peer-Buddy) ประกอบด้วยการจับคู่ผลัดกันตรวจความสะอาดหลังแปรงฟันและบันทึกลงสมุดประจำตัว เป็นระยะเวลา 2 เดือน ส่วนกลุ่มเปรียบเทียบดำเนินกิจวัตรตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบทดสอบความรู้ แบบวัดทัศนคติ และแบบบันทึกปริมาณคราบจุลินทรีย์ (Simplified Oral Hygiene Index: OHI-S) โดยใช้ดัชนีเศษอาหาร (Debris Index Simplified : DI-S) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และเปรียบเทียบความแตกต่างด้วยสถิติ Paired Samples t-test และ Independent Samples t-test ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยปริมาณคราบจุลินทรีย์ลดลงจาก 1.70 ± 0.50 เป็น 0.88 ± 0.38 (ลดลงเฉลี่ย 0.82 คะแนน) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มพบว่า กลุ่มทดลองมีปริมาณคราบจุลินทรีย์น้อยกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (1.14 ± 0.57) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = -2.01, p = .049) แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการจับคู่แปรงฟันหลังอาหารกลางวันมีประสิทธิผลในการลดคราบจุลินทรีย์ และสามารถส่งเสริมสุขอนามัยช่องปากในเด็กวัยเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล. (บ.ก.). (2554). ทันตกรรมป้องกันในเด็กและ. ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิชชุดา กุลาวาชัย, อารยา ประเสริฐชัย, & ช่อทิพย์ บรมธนรัตน์. (2563). ผลของโปรแกรมการจับคู่แปรงฟันต่อการลดแผ่นคราบจุลินทรีย์ในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 อำเภอเมือง จังหวัดน่าน. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 14(2), 78–91. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/EAUHJSci/article/view/241736
เวณิการ์ หล่าสระเกษ และ พรรณี บัญชรหัตถกิจ. (2552). ผลของการประยุกต์ใช้ทฤษฎีความสามารถของตนเองร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการฝึกผู้นำนักเรียนเพื่อการป้องกันโรคเหงือกอักเสบนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2(2), 29–38.
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/kkujphr/article/view/121819
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. (2561). รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ประเทศไทย พ.ศ. 2560. สามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ).
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. (2567). รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566. อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์.
อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2558). สถิติในงานวิจัย: เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสม. วิทยพัฒน์.
Bandura, A. (1971). Social learning theory. General Learning Press. https://www.asecib.ase.ro/mps/Bandura_SocialLearningTheory.pdf
Dean, J. A. (2021). McDonald and Avery’s dentistry for the child and adolescent (11th ed.). Elsevier.
Elsadek, Y. E., Edwebi, S., Turner, A., Vinall-Collier, K., Csikar, J., & Pavitt, S. (2023). A systematic review of school-based student peer-led oral health interventions to promote the oral health of school children. BMC Oral Health, 23, Article 742. https://doi.org/10.1186/s12903-023-03482-1
Greene, J. C., & Vermillion, J. R. (1964). The simplified oral hygiene index. Journal of the American Dental Association, 68(1), 7-13. https://doi.org/10.14219/jada.archive.1964.0034
Karami, A., Heidarnia, A., & Zarei, F. (2019). Comparison of peer led and teacher led oral health educational program among students. Brazilian Journal of Oral Sciences, 18, Article e191626. https://doi.org/10.20396/bjos.v18i0.8657260
Khitdee, C., Prasertsom, P., Niyomsilp, K., & Hasadisevi, P. (2024). Association between oral health promoting school activities and oral health literacy, oral health behavior and oral health outcome. Thai Journal of Public Health, 54(1), 739-755. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jph/article/view/260534/183392
Vangipuram, S., Jha, A., Raju, R., & Bashyam, M. (2016). Effectiveness of peer group and conventional method (dentist) of oral health education programme among 12-15 year old school children - A randomized controlled trial. Journal of Clinical and Diagnostic Research, 10(5), ZC125-ZC129. https://doi.org/10.7860/JCDR/2016/17725.7844
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดสุพรรณบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม