ประสิทธิผลของโปรแกรมการส่งเสริมพยาบาลด้านการป้องกันและควบคุม การแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพโรงพยาบาลไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
คำสำคัญ:
ประสิทธิผลของโปรแกรม, การส่งเสริมพยาบาล, การป้องกันควบคุมการแพร่กระจาย, เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบวัดผลก่อนและหลังเพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมพยาบาลในการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพโรงพยาบาลไทรโยค ในกลุ่มพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานโรงพยาบาลไทรโยค จำนวน 40 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือประกอบไปด้วย โปรแกรมในการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นจากการทบทวนวรรณกรรม และแบบสอบถาม 4 ส่วน ประกอบไปด้วย 1) ข้อมูลทั่วไป 2) ความรู้ในการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ 3) ทัศนคติต่อการปฏิบัติในการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ 4) พฤติกรรมที่มีต่อการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในโรงพยาบาล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติ Paired t-test กำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์หลังเข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมพยาบาลในการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพมีค่าเฉลี่ย ด้านความรู้ (Mean 12.92 S.D. = 0.332 )ด้านทัศนคติ (Mean 59.22 S.D. = 1.721 ) และค่าคะแนนเฉลี่ยด้านพฤติกรรมที่มีต่อการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในโรงพยาบาลสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม (Mean 3.54 S.D. = 0.879 ) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P< 0.5) การพัฒนาความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมตามแนวทางการป้องกันและแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาล ส่งผลให้บุคลากรสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อป้องกัน และควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาให้เป็นไปตาม CPG ทางทีมป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล ควรนำผลการศึกษามาใช้ในการปรับปรุง กระบวนการ วิธีการ แนวทางการป้องกันการติดเชื้อดื้อยาในผู้ป่วยกลุ่มอื่น ๆ ของโรงพยาบาลต่อไป และพัฒนาสมรรถนะของพยาบาลอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
กุลธิดา จันทร์จาด, นงค์คราญ วิเศษกุล, นงเยาว์ เกษตร์ภิบาล. (2024). ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรู้และการปฏิบัติการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในญาติผู้ป่วยในหอผู้ป่วยอายุรกรรม. พยาบาลสารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 51(2), 210.
จันทิมา ชาวสระใคร.(2567). การพัฒนาแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลไชยวาน. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 1(4), 27-40.
กลุ่มงานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ. ข้อมูลการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล 5 ปีย้อนหลัง (พ.ศ. 2562 – 2566). สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี.
ชนพิชา แผ่นทอง. (2021). ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการควบคุมและป้องกัน การติดเชื้อในโรงพยาบาลของพยาบาลวิชาชีพอำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี. วารสารการพยาบาล สุขภาพและการศึกษา. 4(3), 13.
ธมลวรรณ คณานิตย์, ประจักร บัวผัน และชลการ ทรงศรี. (2021). การพัฒนาแนวทางการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ โรงพยาบาลเพ็ญ. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี, 29(2), 232–248. https://he02.tci-haijo.org/ index.php/udhhosmj/article/view/ 253269
สกุลฎา พฤติวรรธน์, และคณะ. (2560). การเพิ่มประสิทธิผลการดูแลผู้ป่วยเพื่อลดการติดเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลนครพิงค์. วารสารวิจัยพยาบาลและการสาธารณสุข, 11(2), 123-135.
สุกัญญา บัวชุม, 2563. ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเชื้อดื้อยาซีอาร์อี (CRE) ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ในหอผู้ป่วยวิกฤติโรงพยาบาลเพชรบูรณ์. วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร. 2 พิษณุโลก, 7(3), 93. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/246844.
ภาณุมาศ ภูมาศ, ตวงรัตน์ โพธะ, วิษณุ ธรรมลิขิตกุล, อาทร ริ้วไพบูลย์, ภูษิต ประคองสาย, และสุพล ลิมวัฒนานนท์. (2555). ผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐศาสตร์จากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย: การศึกษาเบื้องต้น. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 6(3), 352-60.
ศูนย์เฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ. (2563). สถานการณ์เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ ปี 2000-2020. https://narst.dmsc.moph.go.th.
อัษฎางค์ สุทนต์. ผลของการปฏิบัติด้วยวิธีผสมผสานเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามแนวทางป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลอ่างทอง. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม. 2565; 6(12): 70-83.
Abushaheen MA, Muzaheed, Fatani AJ, Alosaimi M, Mansy W, George M, et al. Antimicrobial resistance, mechanisms and its clinical significance. Disease a Month :DM,66(6),100971.
Browne et al.2020. Drug-resistant enteric fever worldwide,1990 to 2018:A systematic review and meta-analysis. BMC Medicine, 18(1),1.
National Antimicrobial Resistance Surveillance Center, Thailand. (2018). National antimicrobial resistance surveillance report, 2000–2018. National Antimicrobial Resistance Surveillance Center, Thailand.
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12), 2072–2078. https://doi.org/10.1016/j.socscimed.2008.09.050.
World Health Organization. (2014). Antimicrobial resistance: Global report on surveillance. World Health Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดสุพรรณบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม