ผลของโปรแกรมตามทฤษฎีการรับรู้ความสามารถตนเองร่วมกับการส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพช่องปากต่อพฤติกรรมดูแลสุขภาพช่องปากในกลุ่มวัยทำงาน อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม
คำสำคัญ:
การรับรู้ความสามารถของตนเอง, ความรอบรู้สุขภาพช่องปาก, วัยทำงานบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่ม วัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมตามทฤษฎีการรับรู้ความสามารถตนเองร่วมกับการส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพช่องปากต่อพฤติกรรมดูแลสุขภาพช่องปากในกลุ่มวัยทำงาน อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนวัยทำงาน 98 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 49 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ 49 คน คัดเลือกโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมที่ประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถตนเองร่วมกับการส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพช่องปากเป็นเวลา 4 สัปดาห์ เครื่องมือเก็บข้อมูลประกอบด้วยแบบสอบถามและการตรวจดัชนีคราบจุลินทรีย์ ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาได้ค่าความเที่ยงตรงอยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และความเชื่อมั่นได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของคอนบาร์คของแบบประเมินการรับรู้ความสามารถของตนเองในการดูแลสุขภาพช่องปาก แบบประเมินความรอบรู้สุขภาพช่องปาก แบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง ได้เท่ากับ 0.91, 0.89, และ 0.81 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด และค่าสูงสุด การเปรียบเทียบข้อมูลภายในกลุ่มทดลองใช้สถิติ paired t-test และการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มหลังการทดลองใช้สถิติ independent t-test
ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนการรับรู้ความสามารถตนเอง ความรอบรู้สุขภาพช่องปาก และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีค่าดัชนีคราบจุลินทรีย์เฉลี่ยต่ำกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p < 0.001) นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม หลังการทดลองกลุ่มทดลองมีคะแนนการรับรู้ความสามารถตนเอง ความรอบรู้สุขภาพช่องปาก และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ และมีดัชนีคราบจุลินทรีย์ต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p < 0.001) แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นนี้ส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพช่องปาก ส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง และลดคราบจุลินทรีย์ในกลุ่มวัยทำงาน อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนมได้
เอกสารอ้างอิง
กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2562). คู่มือแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับคนวัยทำงานในที่ทำงาน. นนทบุรี: กรมอนามัย.
กองสุขศึกษา. (2561). โครงการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนไทย. นนทบุรี: กรมอนามัย.
กองส่งเสริมความรอบรู้และการสื่อสารสุขภาพ. (2564). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health literacy). กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.
กิตติยา ศรีมาฤทธิ์, อลิษา มูลวงค์, ธิดานันท์ ดาลาด, เพ็ญศิริ นาโสก, แก้วใจ มาลีลัย, ภคิน ไชยช่วย, และพรพรรธน์ มันตะสูตร. (2564). ประสิทธิผลของโปรแกรมทันตสุขศึกษาต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา, 4(2), 45–59.
ทรงวิทย์ จโรภาสรัตน์. (2562). การพัฒนาแบบวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากสำหรับผู้มารับบริการทันตกรรมวัยผู้ใหญ่ในบริบทของสังคมไทย. วารสารทันตสาธารณสุขแห่งชาติ, 24(1), 1–16.
ตวงพร กตัญญุตานนท์, ณัฐพร วิภาตกุล, และนภัสสร อริยวัฒน์. (2563). พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุและความสัมพันธ์กับแรงจูงใจเพื่อการป้องกันโรค. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 34(3), 85–99.
ณัฐดนัย วรศรีหิรัญ, สุพัฒนา คำสอน, และวุฒิชัย จริยา. (2565). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมแรงจูงใจร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคปริทันต์ของผู้ป่วยเบาหวานในเขตอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 31(2), 45–56.
นวลนิตย์ บุตรดีสุวรรณ. (2566). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ความสามารถตนเองในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 40(1), 20–32.
ปราโมทย์ ประสาทกุล. (2565). รายงานสถานการณ์ประชากรไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).
ปางพุฒิพงษ์ เหมมณี, ทัศพร ชูศักดิ์, และรัฐพล ศิลปะรัศมี. (2566). ปัจจัยความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสุขภาพช่องปากของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ. วารสารทันตาภิบาล, 27(2), 33–44.
เปรมฤดี ศรีสังข์, เพชรลดา ประกายเพชร, แพรวพรรณ สิมมานี, และนุชวรา ดอนเกิด. (2564). ประสิทธิผลของโปรแกรมการส่งเสริมทันตสุขภาพต่อพฤติกรรมดูแลสุขภาพช่องปากของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลบุ่งคล้า อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ. วารสารทันตาภิบาล, 25(1), 55–68.
พลอยกาญจน์ สร้อยสน, เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์, ยุวดี รอดจากภัย, และเสาวนีย์ ทองนพคุณ. (2566). ผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากที่มีต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของกลุ่มวัยทำงานในสถานประกอบการ. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 18(2), 55–68.
ศิริภา คงศรี, และสดใส ศรีสอาด. (2563). การรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ. วารสารวิชาการแพทย์และสาธารณสุข, 12(3), 45–56.
ศุภศิลป์ ดีรักษา, วิภาดา จิตรปรีดา, สุพัตรา บุญเจียม, และอนวัช ภูทองนาค. (2564). ผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพขั้นพื้นฐานต่อสุขภาพช่องปากของผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 16(4), 1–12.
สุปรีชา โกษารักษ์, และจุฬาภรณ์ โสตะ. (2560). ผลของโปรแกรมทันตสุขศึกษาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันโรคปริทันต์ของอาสาสมัครสาธารณสุขในอำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย. วารสารทันตาภิบาล, 28(2), 1–12.
โรงพยาบาลศรีสงคราม. (2567). สรุปผลการดำเนินงานทันตสาธารณสุขกลุ่มวัยทำงาน อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม. นครพนม: โรงพยาบาลศรีสงคราม.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2565). รายงานการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2561). คู่มือสร้างเสริมสุขภาพช่องปากสำหรับวัยทำงานในสถานประกอบการ. นนทบุรี: กรมอนามัย.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9. นนทบุรี: กรมอนามัย.
อดิศักดิ์ หีบแก้ว, นาฏนภา หีบแก้ว, และปัดชา สุวรรณ์. (2565). ผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพร่วมกับการสนับสนุนทางสังคมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันโรคเหงือกอักเสบของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 17(1), 121–135.
อรรณพร ผาเจริญ. (2565). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของประชากรก่อนสูงวัย (วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2554). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Bandura, A. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review, 84(2), 191–215. https://doi.org/10.1037/0033-295X.84.2.191
Bandura, A. (1989). Human agency in social cognitive theory. American Psychologist, 44(9), 1175–1184. https://doi.org/10.1037/0003-066X.44.9.1175
FDI World Dental Federation. (2020). Global oral health strategy. Retrieved from https://www.fdiworlddental.org
Polit, D. F., & Beck, C. T. (2004). Nursing research: Principles and methods (7th ed.). Philadelphia, PA: Lippincott Williams & Wilkins.
World Health Organization. (2022). Oral health. Retrieved from https://www.who.int
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดสุพรรณบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม