ปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคในประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด จังหวัดสุพรรณบุรี

ผู้แต่ง

  • ณัฐธยาน์ ภิรมย์สิทธิ์ Western University
  • จารีศรี กุลศิริปัญโญ
  • อรุณ นุรักษ์เข
  • กิตติศักดิ์ หลวงพันเทา

คำสำคัญ:

พฤติกรรมการป้องกันโรค, ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด, ปัจจัยนำ, ปัจจัยเอื้อ, ปัจจัยเสริม

บทคัดย่อ

การวิจัยรูปแบบหาความสัมพันธ์เชิงทำนายเพื่อการศึกษาความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของสังคมในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้วยการใช้กรอบ ชัยชนะ PRECEDE Model กลุ่มตัวอย่าง ่างแบบหลายขั้นตอนจำนวน 340 รายเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามประกอบด้วย 8 ส่วนดังนี้ 1) ข้อมูลปัจจัยชีวสังคม 2) ความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด 3) ทัศนคติเกี่ยวกับโรค 4) การรับรู้ความรุนแรงของ โรค 5) การรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 6) การส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติ 7) การรับแรงสนับสนุนจากสังคมและ 8) พฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพเพื่อลดการเ สถิติที่ใช้ในการวิจัยสี่ยงโรคหัวใจและภาษี

ผลการวิจัยพบว่าการได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวเพื่อนบ้านและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค ร้อยละ 41.6 (R 2) = 0.416) โดยตัวแปรที่มีน้ำหนักในการพยากรณ์ สูงสุดคือการได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว พื่อนบ้านชุมชนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ การมีนโยบายส่งเสริมสุขภาพเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (ข = 0.365, 0.153) ตามลำดับ

การวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่าการได้รับการสนับสนุนจากสังคมและการช่วยเหลือด้านการแพทย์ในด้านการป้องกันและรักษาโรคต่างๆ ในประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

1. WorldHealthOrganization.Cardiovasculardisease.[internet]. 2014. [cited 2017 October 11] Available from:http://www.who.int/cardiovascular_diseases/en/
2. กระทรวงสาธารณสุขศูนย์ข้อมูลโรคไม่ติดต่อ. สถิติผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ [อินเทอร์เน็ต]. 2557 [เข้าถึงเมื่อ3 มิถุนายน2560]. เข้าถึงได้จาก:http://www.thaincd.com/2016/mission.
3. กระทรวงสาธารณสุขสำนักโรคไม่ติดต่อศูนย์ข้อมูลโรคไม่ติดต่อ.จำนวนและอัตราตายโรคไม่ติดต่อและบาดเจ็บ ประจำปฏิทิน พ.ศ. 2558. [อินเทอร์เน็ต] 2560[เข้าถึงเมื่อ 30 สิงหาคม 2560]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd.com/2016/mission/documents.
4. กระทรวงสาธารณสุขสำนักโรคไม่ติดต่อศูนย์ข้อมูลโรคไม่ติดต่อ.จำนวนและอัตราผู้ป่วยในโรคไม่ติดต่อประจำปฏิทิน พ.ศ. 2558.[อินเทอร์เน็ต] 2560 [เข้าถึงเมื่อ 30 สิงหาคม2560]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd.com/2016/mission/documents
5. กระทรวงสาธารณสุขกรมควบคุมโรคสำนักโรคไม่ติดต่อ. คู่มือการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อโดยยึดชุมชนเป็นฐาน:ชุมชนลดเสี่ยง ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง2560. [อินเทอร์เน็ต]2560. [เข้าถึงเมื่อ 30 กันยายน 2560]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd.com/2016/mission/documents.
6. สถิติสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี 2560. [อินเทอร์เน็ต] 2560. [เข้าถึงเมื่อ 26 มิถุนายน 2560]. เข้าถึงได้จาก: http://www.spo.go.th/sso/uthong/.
7. Green LW, Kreuter MW. Health Program Planning : An Education and Ecological Approach.4th ed. New York: Mc Graw-Hill; 2005.
8. สำนักโรคไม่ติดต่อ สำนักโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด.[อินเทอร์เน็ต]2560.[เข้าถึงเมื่อ 15ส.ค.2560].เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd.com/2016/mission/documents.
9. บุญใจ ศรีสถิตนรากูล. ระเบียบวิธีวิจัยทางพยาบาลศาสตร์.กรุงเทพมหานคร:ยูแอนด์ไออินเตอร์มีเดีย; 2553.
10. Faul F,Erdfelder E,Lang AG,Buchner A. G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods. 2007;39:175-91.
11. Polit DF, Beck CT. Assentials of Nursing Research:Methods,Appraisal and Utilization.6thed. London: Lippincott Williams &Wilkins ; 2006.
12. นุชรัตน์ จิตรเจริญทรัพย์. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจของบุคลากรในมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล.[วิทยานิพนธ์].กรุงเทพมหานคร:มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์;2549.
13. สุพัตรา บัวที, จิระภา ศิริวัฒนเมธานนท์, ศิริอร สินธุ .พฤติกรรมการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดของสตรีวัยกลางคนที่อาศัยอยู่ที่บ้านลาดสระบัว อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์.วารสารสภาการพยาบาล. 2555;30(2): 58-69.
14. อารีย์ เชื้อสาวะถี. พฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวอำเภอพลจังหวัดขอนแก่น [วิทยานิพนธ์].ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2546.
15. รัชมน ภรณ์เจริญ น้ำอ้อย ภักดีวงศ์, อำภาพร นามวงศ์พรหม. ผลของโปรแกรมพัฒนาความรู้และการมี
ส่วนร่วมของครอบครัวต่อพฤติกรรมสุขภาพและการควบคุมน้ำตาลในเลือดของผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานชนิดที่2.
รามาธิบดีพยาบาลสาร. 2553;16:279-92.
16. Pender N, Murdaugh C, Parsons MA. Health promotion in nursing practice.6th ed.Upper
Saddle River NJ: Pearson Education LTD; 2011.
17. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. รายได้ประจำเฉลี่ยต่อคนต่อเดือนและรายจ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคเฉลี่ยต่อคนต่อเดือน
จำแนกตามกลุ่มประชากรตามระดับรายได้ (Quintile by income) ปี พ.ศ. 2531 – 2558 [อินเทอร์เน็ต]. 2559 [เข้าถึงเมื่อ 26 มิถุนายน 2560].เข้าถึงได้จากhttp://social.nesdb.go.th/SocialStat/StatReport_Final.
18. Lemstra M, Rogers M, MorarosJ. Income and heart disease: Neglected risk factor.Canada Family Physician. 2015 Aug;61(8):698-704.
19. Yelena Bird, Mark Lemstra, Marla Rogers.The effects of household income distribution on stroke prevalence and its risk factors of high blood pressure and smoking: a cross-sectional study in
Saskatchewan, Canada [internet] 2016 July 15 [cited 2017 March 1];137(2):114-21.
Availablefrom: http://journals.sagepub.com/doi/pdf/10.1177/1757913916657118.
20. Janz NK,Champion VL,Strecher VJ.Glanz BK,Rimer FM,Editor.Health behavior and health
education: Theory, research, and practice.3rded.SanFrancisco: Jossey-Bass; 2002.
21. Schwarzer R. Optimism vulnerability and self-beliefs as health-related cognitions: Asystematic overview. Psychology & Health. 1994;9(3):161-80.
22. สินศักดิ์ชนม์ อุ่นพรมมี. พัฒนาการสำคัญของการสร้างเสริมสุขภาพ.พิมพ์ครั้งที่1. นนทบุรี. โครงการสวัสดิการวิชาการสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข; 2556.

23. ดุษฎี พวงสุมาลย์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานใน
โรงพยาบาลบางกรวยอำเภอบางกรวยจังหวัดนนทบุรี.[วิทยานิพนธ์]. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช; 2555.
24. ปวิตรา จริยสกุลวงศ์. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงวัยผู้ใหญ่
ตอนต้น.[วิทยานิพนธ์]. กรุงเทพมหานคร:มหาวิทยาลัยมหิดล; 2558.
25. World Health Organization. Milestones in health promotion statements from global conferences [internet]. Geneva: World Health Organization; 2009 [cited 2015 Oct 23].
Available from:http:// www.who.int/healthpromotion/milestones.pdf?ua=1.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-12-21

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ภิรมย์สิทธิ์ ณ, กุลศิริปัญโญ จ, นุรักษ์เข อ, หลวงพันเทา ก. ปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคในประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด จังหวัดสุพรรณบุรี. Journal of Health Sciences and Wellness [อินเทอร์เน็ต]. 21 ธันวาคม 2018 [อ้างถึง 26 มกราคม 2026];22(43-44):55-69. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/HCUJOURNAL/article/view/161712

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย