The Competencies of Nurse Practitioners in Health Promoting Hospitals of the 5 Regional Health Services, Ministry of Public Health

Authors

  • Nongpimol Nimit-Arnun Christian University of Thailand

Abstract

          This correlational descriptive  research was to identify the demographic characteristics, continual study need, nurse practitioner competencies, and the correlation among related-factors. The samples consisted of 344 nurse practitioners who work in Health Promoting Hospitals under the 5th Regional Health Services, Ministry of Public Health. Data were collected from January to April 2016, comprising of demographic characteristics, nurse   practitioner competency assessment  including 8 components, 157 indicators. The research instrument was presented content validity index (CVI) at 0.87 and Cronbach's alpha at 0.983.

          The research findings revealed that the majority were female. The average age was 42.92 years old,11.49 years old for working experiences, and 11.49 years old for working at primary care units. A half of the nurse practitioners educated  continuing study (54.70%). Moreover, they also request training program (51.20%), higher education (26.20%). The overall of mean scores of nurse practitioner competencies were highly demonstrated with 7 components. There was only a management and research component was showed a moderate level. The highest rank of nurse practitioner competencies was a health and illness management component, whereas the lowest competency was a management and research    component. Most of nurse practitioners were perceived each of the component at a high level. Furthermore, a few of nurse practitioners stated at a moderate level such as community health promotion, local wisdom integration, research, and research utilization in nursing development. According to the correlation of studied variables, there was no significance  correlation among related-factors and nurse practitioner competencies.

          The researcher suggests that the Provincial Office of Public Health should incorporate with educational institutein providing training program and higher education. Therefore, training program should be addressed in human resource development planning in order to increase the current knowledge and skills.

References

คณะทำงานศึกษาสถานการณ์การดำเนินการของพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงระบบและกลไกการพัฒนาสภาการพยาบาล. (2550). สถานการณ์การดำเนินการของพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไปในประเทศไทย. กรุงเทพ ฯ : สภาการพยาบาล.

จินตนา นัคราจารย์. (2556). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความสามารถในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร.วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาเอกการพยาบาลสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

ชูชัย ศุภวงศ์ . (2552). แนะนำหลักคิดและแนวปฏิบัติ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล. กรุงเทพ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.

ญาณินหนองหาญพิทักษ์และ ประจักษ์ บัวผัน. (2556). "ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไปในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดอุดรธานี". วารสารวิจัย มข., 13(1), 99 - 111.

ทัศนา บุญทอง สุปราณี อัทธเสรี และนัทธมน ศิริกุล. (2550). "บทบาทของพยาบาลเวชปฏิบัติต่อการรักษาโรคเบื้องต้นในการให้บริการสุขภาพในระดับปฐมภูมิ". วารสารสภาการพยาบาล, 22(4), 24 - 37.

บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. (2547). ระเบียบวิธีวิจัย.พิมพ์ครั้งที่ 3; กทม. : ยูแอนด์ไอ อินเตอร์มีเดีย จำกัด.

ประกาย จิโรจน์กุล และ จุรีรัตน์ กิจสมพร. (2552). "การทบทวนสถานการณ์งานวิจัยด้านสมรรถนะของบุคลากรสาธารณสุขในหน่วยบริการปฐมภูมิ". วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, 25(1), 39 - 59.

ประเชิญโชค สมรัตน์ . (2556). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสมรรถนะบุคลากรประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ.วิทยานิพนธ์หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอกบริหารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

เตือนใจ พิทยาวัฒนชัย. (2548). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการพยาบาล บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

เมธา พันธ์รัมย์ สุทธีพร มูลศาสตร์ และ กุญชร เจือตี๋. (2556). ปัจจัยสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อสมรรถนะ พยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดบุรีรัมย์. วิทยานิพนธ์หลักสูตรพยาบาล ศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

มณฑล ทองนิตย์. (2552). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล การเสริมพลังอำนาจและสมรรถนะของพยาบาลเวชปฏิบัติที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาล ศาสตรมหาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.

วิจิตร ศรีสุพรรณ และ กาญจนา จันทร์ไทย . (2556). คู่มือปฏิบัติงานพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล. กรุงเทพมหานคร: จุดทอง.

วิริยา วิรานันท์ชื่นจิต โพธิ์ศัพท์สุข และ วงเดือน ปั้นดี. (2556). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสมรรถนะด้านการวิจัยของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลชุมชน เขตตรวจราชการสาธารณสุขที่ 17. วิทยานิพนธ์หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต แขนงวิชาการบริหารการพยาบาล มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

วีกุญญา ลือเลื่อง และ วิภาพร วรหาญ. (2555). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทของพยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศูนย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.วิทยานิพนธ์หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ศิริอร สินธุ รวมพร คงกำเนิด และ กุลระวี วิวัฒนชีวิน. (2557). "การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการ ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินของพยาบาลวิชาชีพ". วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครราชสีมา. 20(2) :32 - 45.

ศันสนีย์ วงค์ม่วย และ วิทัศน์ จันทรโพธิ์ศรี. (2556). "แรงจูงใจที่มีผลต่อสมรรถนะประจำกลุ่มงานของนักวิชาการสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดเพชรบูรณ์".วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 6(3) :46 - 54.

สภาการพยาบาล. (2552). แผนพัฒนาการพยาบาลและการผดุงครรภ์แห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 - 2559. นทบุรี: ศิริยอดการพิมพ์.

แสงทอง ธีระทองคำ สมจิต หนุเจริญกุล และ นงลักษณ์ สุวิสิษฐ์. (2552). "การรับรู้ประโยชน์ สภาพปัญหาและข้อเสนอแนะของพยาบาลเวชปฏิบัติในประเทศไทย". วารสารสภาการพยาบาล. 24(2), 39 -49.

สุวรรณา จันทร์ประเสริฐ. (2555). "คุณภาพการปฏิบัติงานของพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป: กรณีศึกษาภาคตะวันออก". วารสารสภาการพยาบาล. 27(1) :25-38.

สิริรักษ์ เจริญศรีเมือง. (2551). ปัจจัยคัดสรรกับสมรรถนะพยาบาลห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศูนย์. รายงานการค้นคว้าแบบอิสระ หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหารการพยาบาล) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

อติญาณ์ ศรเกษตริน อรวรรณ สัมภวะมานะ และ กาญจนา สุวรรณรัตน์. (2553). "การปฏิบัติงานตามบทบาทของพยาบาลวิชาชีพในหน่วยบริการปฐมภูมิ". วารสารกองการพยาบาล.37(3) :52 - 63.

อัจฉรียา ปทุมวัน วิไล ตั้งปณิธานดี และ สุปาณี เสนาดิสัย. (2548). "สถานการณ์ระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิในบริบทพยาบาลวิชาชีพ: กรณีศึกษาในภาคกลาง ". รามาธิบดีพยาบาลสาร. 11(2) : 149 -163.

อรุณี เผื่อนด้วง อารีรัตน์ ขำอยู่ และ รัชนี สรรเสริญ. (2554). "ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพในหน่วย บริการสุขภาพปฐมภูมิเขตตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขที่ 3". วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.19(3) :37 - 53.

อรวรรณ สัมภวมานะ ฤตินันท์ สมุทร์ สมศักดิ์ ภู่วิภาดาวรรธน์ และ เกียรติสุดา ศรีสุข. (2554). การพัฒนารูปแบบการประเมินสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพหน่วยบริการปฐมภูมิ. วิทยานิพนธ์หลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการวิจัยและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

Axley, L. (2008)."Competency: a concept analysis". Nursing Forum. 43(4) :214 - 222.

Benner, P. (1984). From novice to expert: excellence and power in clinical nursing practice. Menlo Park,CA: Addition - Wesley.

Boyatizis, R.E. (1982). The Competent manager. New York: McGraw - Hill.

Bradshaw, A. (1998). "Defining "competency" in nursing (Part 2): an analytical review".Journal of Clinical Nursing. 7(2) :103 - 111.

Hanucharurnkul S. (2007). "Nurses in primary care and the nurse practitioner role in Thailand". Contemporary Nurse. 26(1): 83 - 93.

McClelland, D.C. (1970). "Testing for competence rather than intelligence".American Psychologist.28 :1 - 14.

McGaghie, W.C., et.al. (1978). Competency - based curriculum development in medical education. Geneva: WHO.

Scott Tilley, D.D. (2008). "Competency in nursing".The Journal of Continuing Education in Nursing. 39(2) :58 - 64.

Spencer, M. & Spencer, M.S. (1993).Competence at work: model for superiors performance. New York : John Wiley & Sons

Downloads

Published

2016-06-30

Issue

Section

Research Article