ผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้ที่มีความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อม ในชุมชนนำร่องเขตเมือง

ผู้แต่ง

  • เลิศศิลป เอี่ยมพงษ์ พยาบาลชำนาญการพิเศษ ฝ่ายการพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
  • สุรินทร์รัตน์ บัวเร่งเทียนทอง อาจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
  • อิทธิวัฒน์ อ่อนกลิ่น อาจารย์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

คำสำคัญ:

ความรอบรู้, พฤติกรรมสุขภาพ, การป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม, ชุมชนเขตเมือง

บทคัดย่อ

การวิจัยแบบกึ่งทดลอง แบบสองกลุ่มโดยวัดก่อนและหลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้ที่มีความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมในชุมชนนำร่องเขตเมือง โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป สุ่มจากผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ จำนวน 40 คน และถูกสุ่มจัดเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ โปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้ที่มีความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมในชุมชน ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและบริการสุขภาพ ความรู้ความเข้าใจ ทักษะการสื่อสาร ทักษะการจัดการตนเอง ทักษะการตัดสินใจ และการรู้เท่าทันสื่อ ใช้เวลา 7 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไป แบบประเมินระดับความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อม (Oxford knee score) แบบประเมินความรอบรู้ในการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม และแบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ แบบประเมินความรอบรู้ในการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม ได้ค่าความตรงของคูเดอร์ริชาร์ดสัน เท่ากับ .72 และแบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา เท่ากับ .99 ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ .80 วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ Independent t-test เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม และ Paired t-test เพื่อเปรียบเทียบภายในกลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า หลังได้รับโปรแกรม กลุ่มทดลองมีคะแนนพฤติกรรมสุขภาพ และค่ามัธยฐานความรอบรู้ในการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมสูงกว่าก่อนทดลองและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 6.860, -3.539; p<.001 และ t = 3.286, -4.078; p<.002) ตามลำดับ ดังนั้น โปรแกรมดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมการดูแลตนเองและป้องกันภาวะข้อเข่าเสื่อมในกลุ่มวัยก่อนสูงอายุในชุมชนได้

เอกสารอ้างอิง

กัญญาภัทธ ปราบริปู. (2562). ผลของโปรแกรมการจัดการอาการต่อความรุนแรงของโรคและพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคข้อเข่าเสื่อมชนิดปฐมภูมิ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยคริสเตียน.

กองสถิติสังคม สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2564). การสำรวจอนามัยและสวัสดิการ พ.ศ. 2564. ธนาเพรส จำกัด.

ปรีดา สาราลักษณ์ และ วรารัตน์ ทิพย์รัตน์. (2565). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้ดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง ในเขตเทศบาลนครตรัง. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 15(2), 1-13.

พาวิณี ไพรวรรณ, ชุลีกร ด่านยุทธศิลป์, และ อุมาพร ห่านรุ่งชโรทร. (2563). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการควบคุมน้ำหนักต่อการรับรู้ความสามารถของตน พฤติกรรมการควบคุมน้ำหนัก และน้ำหนักตัวของผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมที่มีน้ำหนักตัวเกิน. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล, 26(1), 88-104.

โรงพยาบาลวชิรพยาบาล. (2564). เวชระเบียนผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม [เอกสารไม่ตีพิมพ์]. กลุ่มงานเวชระเบียน.

วิไลลักษณ์ ตียาพันธ์ และ วรจรรฑญาร์ มงคลดิษฐ์. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุข้อเข่าเสื่อมในศูนย์บริการสุขภาพ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 6(2), 336-351.

สุวิมลรัตน์ รอบรู้เจน. (2563). การพัฒนาโปรแกรมการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุโดยชุมชนมีส่วนร่วมตำบลคูเมือง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 3(1), 25–36.

อรสา จุลโสม, นภาเพ็ญ จันทขัมมา, และองค์อร ประจันเขตต์. (2568). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองเพื่อป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมของกลุ่มก่อนวัยสูงอายุ. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 18(3), 1–14.

อัญชิสา ถาวรณ์ และ กิ่งแก้ว สำรวยรื่น. (2565). ประสิทธิผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอรัญญิก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 16(1), 65-77.

Adouni, M., Aydelik, H., Faisal, T. R., & Hajji, R. (2024). The effect of body weight on the knee joint biomechanics based on subject-specific finite element-musculoskeletal approach. Scientific Reports, 14(1), 13777.

Asif , T., Ali Rana, A., Ahmed Zahoor, I., Ghaffar, N., Ahmad, I., & Idrees, Q. (2022). Quality of life in patients with knee osteoarthritis: Quality of life in patients with knee

osteoarthritis. THE THERAPIST (Journal of Therapies & Amp; Rehabilitation Sciences), 3(1), 28–31. https://doi.org/10.54393/tt.v3i1.39

McCormack, L., Thomas, V., Lewis, M. A., & Rudd, R. (2017). Improving low health literacy and patient engagement: A social ecological approach. Patient Education and Counseling, 100(1), 8–13. https://doi.org/10.1016/j.pec.2016.07.007

Noppakhun, T., & Chiangkhong, A. (2023). Barriers and facilitators of self-management among older adults with knee osteoarthritis in Thailand. The Journal of Behavioral Science, 18(3), 69-82.

Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12), 2072–2078. https://doi.org/10.1016/j.socscimed.2008.09.050

Peng, L., Jin, S., Lu, J., Ouyang, C., Guo, J., Xie, Z., Shen, H., & Wang, P. (2020). Association between growth differentiation factor 5 rs143383 genetic polymorphism and the risk of knee osteoarthritis among caucasian but not Asian: A meta-analysis. Arthritis Research & Therapy, 22(1), 215.

Shalhoub, M., Anaya, M., Deek, S., Zaben, A. H., Abdalla, M. A., Jaber, M. M., Koni, A. A., & Zyoud, S. H. (2022). The impact of pain on quality of life in patients with osteoarthritis: a cross- sectional study from palestine. BMC Musculoskeletal Disorders, 23(1), 248. https://doi.org/10.1186/s12891-022-05207-x

Simick Behera, N., Duong, V., Eyles, J., Cui, H., Gould, D., Barton, C., Belton, J., Hunter, D., & Bunzli, S. (2024). How does osteoarthritis education influence knowledge, beliefs, and behavior in people with knee and hip osteoarthritis? A systematic review. Arthritis Care & Research, 76(11), 1511–1531. https://doi.org/10.1002/acr.25391

Suka, M., Odajima, T., Okamoto, M., Sumitani, M., Igarashi, A., Ishikawa, H., Kusama, M.,

Yamamoto, M., Nakayama, T., & Sugimori, H. (2015). Relationship between health literacy, health information access, health behavior, and health status in Japanese people. Patient Education and Counseling, 98(5), 660–668. https://doi.org/10.1016/j.pec.2015.02.013

Tschon, M., Contartese, D., Pagani, S., Borsari, V., & Fini, M. (2021). Gender and sex are key

determinants in osteoarthritis not only confounding variables. A systematic review of clinical data. Journal of Clinical Medicine, 10(14), 3178.

Uritani, D., Koda, H., & Sugita, S. (2021). Effects of self-management education programmes on self-efficacy for osteoarthritis of the knee: a systematic review of randomised controlled trials. BMC Musculoskeletal Disorders, 22(1), 515. https://doi.org/10.1186/s12891-021-04399-y

World Health Organization. (2019). WHO global coordination mechanism on the prevention and control of noncommunicable diseases: Working group on health education and health literacy for NCDs (Working Group 3.3). https://www.who.int/globalcoordination-mechanism/working-groups/workinggroup-3-3/en/

World Health Organization. (2023). Osteoarthritis. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/osteoarthritis

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-24

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย