การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • ธภัทร ธนรัชเดชานนท์ นิสิตปริญญาเอก สาขาสาธารณสุขศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น
  • ฐาวรี ขันสำโรง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น

คำสำคัญ:

ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, การจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ, ผู้สูงอายุ

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพผู้สูงอายุ ดำเนินการ 3 ระยะ ได้แก่ 1) ศึกษาสถานการณ์การจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพในกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 360 คน 2) พัฒนาและทดลองใช้รูปแบบกับกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 30 คน และ 3) ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ โดยประเมินก่อนใช้ หลังใช้เมื่อสัปดาห์ที่ 6 และ 8 เก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ 13 มกราคม ถึง 9 มีนาคม พ.ศ. 2568 โดยใช้แบบสอบถามความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 0.67-1.00 และค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.96 และ 0.89 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำและแบบพหุคูณ และวิเคราะห์เนื้อหาในข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการวิจัย พบว่า 1) ความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมโดยรวม อยู่ในระดับมาก (M= 96.16, SD = 17.88) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพ พบว่าระดับความรู้ของผู้สูงอายุยังไม่เพียงพอ 2) รูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพผู้สูงอายุ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ กิจกรรมรอบรู้ การจัดบ้าน และสูงวัยยุคดิจิทัล และ 3) หลังการใช้รูปแบบ กลุ่มทดลองมีคะแนนด้านการเข้าถึงข้อมูล ความเข้าใจ การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล การตัดสินใจและพฤติกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมดีกว่าก่อนใช้รูปแบบและดีกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังนั้นหน่วยงานต่างๆ ควรนำรูปแบบนี้ ไปประยุกต์ใช้ในการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพผู้สูงอายุเพื่อให้มีพฤติกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น

เอกสารอ้างอิง

กรเกล้า รัตนชาญกร, ปาฬินทร์รฎา ธนาพันธ์ธิวากุล, และเกล้ากร รัตนชาญกร. (2566). การพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน, 10(1), 85-97.

กรมกิจการผู้สูงอายุุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2566). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2565. บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน).

กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2568). สถิติผู้สูงอายุ. https://www.dop.go.th/th/statistics_page?cat=1&id=2569

จอมชัย คงมณีกาญจน์, ปิยะ ศิริลักษณ์, และณรงค์ศักดิ์ หนูสอน. (2563). การจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพผู้สูงอายุ. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์, 12(1), 28-38

จิตติมา รอดสวาสดิ์, วรวรรณ พงษ์ประเสริฐ, และประทุม สีดาจิตต์. (2567). การศึกษาความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) กรณีศึกษา: พื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 47(4), 75-90.

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2564, 18 เมษายน). 'ผู้สูงอายุ' กทม. คุณภาพชีวิตต่ำกว่าในชนบท. กรุงเทพธุรกิจ. https://www.bangkokbiznews.com/social/932916

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566. (2566, 11 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 140 ตอนพิเศษ 192 ง. หน้า 3-7.

วีณา พึงวิวัฒน์นิกุล และ จุฑารัตน์ วรประทีป. (2567). การวิเคราะห์สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย ระหว่าง พ.ศ. 2559-2565. Journal of Arts and Thai Studies, 46(1), 1-13.

ศรัญญา จุฬารี. (2568). การพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ: สถานการณ์ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางการจัดการในยุคดิจิทัล. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 43(2), 1-8.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (มปป.). สรุปผลที่สำคัญการมีการใช้ไอทีของผู้สูงอายุ พ.ศ. 2565. https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2023/20230929102632_92912.pdf

สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร. (2563). จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563. https://data.bangkok.go.th/dataset/elders?utm_source=chatgpt.com

สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2558). การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ. สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.

อัษฎาวุฒิ โยธาสุภาพ, เจริญชัย อึ๊งเจริญสุข, และภาคภูมิ อุณหเลขาจิตร. (2568). ประสิทธิผลของโปรแกรมสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ.2ส. ของผู้สูงอายุในจังหวัดปทุมธานี. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพแห่งประเทศไทย, 7(2), 16-24.

Borg, W. R., & Meredith, D. G. (1983). Educational research an introduction (4 th ed.). Longman.

Daniel, W.W. (2010). Determination of sample size for estimating propositions. In Wayne W Daniel (Ed.), Biostatistics: A Foundation for analysis in the health science. John Wiley & Sons.

Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A.-G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39, 175-191.

Finn, S. & O’Fallon, L. (2017). The emergence of environmental health literacy-from its roots to its future potential. Environmental Health Perspectives, 125(4), 495-501.

Lindsey, M., Chen, S.-R., Ben, R. Manoogian, M., & Spradlin, J. (2021). Defining environmental health literacy. International Journal of Environmental Research and Public Health, 18, 11626. https://doi.org/10.3390/ijerph182111626

Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67, 2072-2078.

Polit, D.F. & Hungler, B.P. (1999). Nursing research: Principles and methods (6th ed.). J.B. Lippincott.

World Health Organization. (1998). Health promotion Glossar. WHO Publications.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-13

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย