โมเดลสมการโครงสร้างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมป้องกันการหกล้ม ในผู้สูงอายุโรคเรื้อรัง ในเขตสุขภาพที่ 11 กระทรวงสาธารณสุข
คำสำคัญ:
แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ, การสนับสนุนทางสังคม, การรับรู้ความสามารถของตนเอง, การเข้าถึงบริการสุขภาพ, พฤติกรรมป้องกันการหกล้มบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปริมาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและทดสอบโมเดลสมการโครงสร้างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุโรคเรื้อรัง ในเขตสุขภาพที่ 11 กระทรวงสาธารณสุข กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุโรคเรื้อรังจำนวน 496 คน โดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามทั้งหมด 6 ชุด ซึ่งผู้วิจัยพัฒนาขึ้นจากแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุโรคเรื้อรัง ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาของแบบสอบถามโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน อยู่ระหว่าง 0.67 - 1.00 หาค่าความเชื่อมั่น โดยวิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค มีค่าเท่ากับ 0.70, 0.754, 0.912, 0.787 และ 0.840 ตามลำดับวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง (SEM) ผลการศึกษาพบว่า โมเดลสมการโครงสร้างที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (χ² = 127.208, df = 67, χ²/df = 1.899, p = 0.000, CFI = 0.988, GFI = 0.975, AGFI = 0.928, TLI = 0.969, NFI = 0.975, RMSEA = 0.043) โดยการรับรู้ความสามารถของตนเองมีอิทธิพลทางตรงสูงสุดต่อพฤติกรรมป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ (1.24) รองลงมาคือ แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ (1.19) การสนับสนุนทางสังคม (0.57) และการเข้าถึงบริการสุขภาพ (-2.06) ปัจจัยทั้งหมดสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุโรคเรื้อรังได้ร้อยละ 32.40 ผลการวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารด้านบริการสุขภาพในการกำหนดมาตรการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุโรคเรื้อรังอย่างมีประสิทธิผล
เอกสารอ้างอิง
กมลทิพย์ หลักมั่น. (2558). การรับรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุตำบลทาขุมเงิน อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]. Chiang Mai University Digital Collection. https://cmudc.library.cmu.ac.th/frontend/Info/item/dc:123756
กรมควบคุมโรค. (2566). โครงการบริการวิชาการแก่สังคมบูรณาการกับการเรียนการสอน. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชธานี. https://nurse.rtu.ac.th/index.php/2021-11-05-02-34-44/2021-11-05-02-44-44/269
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2558). คู่มือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในคลินิก NCD 2558. https://www.thaincd.com
ณัฐชยา พวงทอง. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ธนวัฒน์ ใจดี. (2561). การมีส่วนร่วมทางสังคมกับสุขภาวะทางจิตใจและอารมณ์ของผู้สูงอายุ. วารสารพยาบาลและการสาธารณสุข, 15(3),30-45.
นริศรา ชาญณรงค์, รจฤดี โชติกาวินทร์, เขมกัญญา อนันต์, และรัฐศาสตร์ เด่นชัย. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 16(2), 216–229.
นิพา ศรีช้าง และลวิตรา ก๋าวี. (2560). รายงานการพยากรณ์การพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2560 2564. สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.
พัชรินทร์ สมบูรณ์, รัมภา เต็มนอง, และขวัญธิรา หวังจิตต์. (2566). การพัฒนารูปแบบการเตรียมความพร้อมสำหรับการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุโดยบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่าย. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 32(1),102-112.
ภาวดี วิมลพันธุ์ และขนิษฐา พิศฉลาด. (2556). ผลของโปรแกรมการป้องกันการพลัดตกหกล้ม ต่อการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ. วารสารพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข, 3(23),98-109.
ภาสกร สวนเรือง, อาณัติ วรรณศรี, และสัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์. (2561). การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงของผู้ช่วยเหลือในชุมชนภายใต้นโยบายการพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 12(3),437-451. https://kb.hsri.or.th/dspace/bitstream/handle/11228/4939/hsri-journal-v12n3-p437-451.pdf?sequence=1&isAllowed=y
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (2559, 12 มกราคม). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2559. มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. https://thaitgri.org/?p=38427
ยุทธ ไกยวรรณ์. (2563). การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างด้วย AMOS (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (2566, 20 กันยายน). ข้อมูลผู้สูงอายุไทย 2565-2566. https://hdc.moph.go.th/center/public/main
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (2567, 15 ตุลาคม). จำนวนผู้สูงอายุในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จำแนกตามความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน ปีงบประมาณ 2567. https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report-detail/953a2fc648be8ce76a8115fbb955bb51
รำพึง จรัสสุริยสกุล. (2567). ปัจจัยที่มีผลต่อการหกล้มในผู้สูงอายุตำบลห้วยแย้ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ. ชัยภูมิเวชสาร, 44(1),98-110.
ศิริวรรณ วิเศษแก้ว และประภาเพ็ญ สุวรรณ. (2565). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ จังหวัดลพบุรี. วารสารการแพทย์และสาธารณสุขเขต 4, 12(2), 215-228.
สุภัสสร บุญกรับพวง, กิตติวรรณ จันทร์ฤทธิ์, และธนากร ธนวัฒน์. (2565). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 8(4), 45-55.
สุวรรณา ศรีสุข. (2560). ปัจจัยทำนายความเข้มแข็งในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มารับบริการ ณ คลินิกโรคปอด โรงพยาบาลปัตตานี. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 10(3),44–58.
สัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์, ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล, วิชช์ เกษมทรัพย์, วิชัย เอกพลากร, และบวรศม ลีระพันธ์. (2561). การวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการดูแลระยะยาว (Long-term care) สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/4850
อริสรา บุญรักษา. (2564). ปัจจัยที่มีผลต่อการหกล้มในผู้สูงอายุตำบลแม่อิง อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา [การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง, มหาวิทยาลัยพะเยา]. https://updc.up.ac.th/server/api/core/bitstreams/d6337677-381f-460b-b732-011477175c34/content
Bandura A. (1997). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychol Rev, 84(2), 191-215.
Bloom, B. S. (1975). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. Handbook I: Cognitive domain. Longman.
Centers for Disease Control and Prevention. (2023). Important facts about falls. https://www.cdc.gov/falls/data-research/index.html
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate data analysis (7th ed.). Englewood Cliffs: Prentice-Hall.
House, J. S. (1981). Work stress and social support. Addison-Wesley.
Jennifer Pillay, Lindsay A. Gaudet, Sabrina Saba, Ben Vandermeer, Ashiqur Rahman Ashiq, Aireen Wingert, & Lisa Hartling. (2024). Falls prevention interventions for community-dwelling older adults: Systematic review and meta-analysis of benefits, harms, and patient values and preferences. Syst Rev, 13, 289. https://doi.org/10.1186/s13643-024-02681-3
Kasl, S. V., & Cobb, S. (1966). Health behavior, illness behavior and sick role behavior. Archives of Environmental Health, 12, 246-266.
Kayoung Lee & Seon-Heui Lee. (2024). Effects of community-based fall prevention interventions for older adults using information and communication technology: A systematic review and meta-analysis. Health Informatics Journal, 30(2). https://doi.org/10.1177/14604582241259324
Lubkin, I. M. (1995). Chronic illness: Impact and intervention. Jones & Bartlett.
Lohman M. C., Mezuk B., Fairchild A. J., Resciniti, N. V., & Merchant A. T. (2022). The role of frailty in the association between depression and fall risk among older adults. Aging & Mental Health, 26(9), 1805-1812. https://doi.org/10.1080/13607863.2021.1950616
Moreland, B., Kakara, R., & Henry, A. (2020). Trends in nonfatal falls and fall-related injuries among adults aged ≥65 years-United States, 2012–2018. Morbidity and Mortality Weekly Report, 69(27), 875-881.
Penchansky R, Thomas JW. (1981). The concept of access: Definition and relationship to consumer satisfaction, Med Care, 19(2), 127-40.
Rosenstock, I. M. (1974). Historical origins of the health belief model. Health Education Monographs, 2(4), 328 335. https://doi.org/10.1177/109019817400200403
Salari, N., Darvishi, N., Ahmadipanah, M. et al. (2022). Global prevalence of falls in the older adults: A comprehensive systematic review and meta-analysis. J Orthop Surg Res 17, 334.
United Nations (2023). World Social Report 2023: Leaving no one behind in an ageing world. https://desapublications.un.org/publications/world-social-report-2023-leaving-no-one-behind-ageing-world
World Health Organization. (2008). WHO global report on falls prevention in older age. https://www.who.int/publications/i/item/9789241563536?utm_source=chatgpt.com
World Health Organization. (2021). Falls. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/falls
Xu, Q., Ou, X., & Li, J. (2022). The risk of falls among the aging population: A systematic review and meta-analysis. Frontiers in Public Health, 10, 902599.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยคริสเตียน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.