การศึกษารูปแบบลายพิมพ์ปากในการระบุเพศ : กรณีศึกษาประชากรในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม

ผู้แต่ง

  • กิติวัฒนา ศรีวงศ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

บทคัดย่อ

          ลายพิมพ์ปาก (Lip prints) มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล เช่นเดียวกับลายนิ้วมือ นำมาใช้ในการพิสูจน์ตัวบุคคลและการระบุเพศได้ การศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะรูปแบบลายพิมพ์ปากและความแตกต่างเพื่อใช้ในการระบุเพศทำการศึกษาในประชากรกลุ่มตัวอย่าง เขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม อายุระหว่าง 21-30 ปี จำนวน 130 คน โดยกลุ่มตัวอย่างมีคุณสมบัติดังนี้ ไม่มีความผิดปกติหรือความพิการบริเวณริมฝีปาก ไม่มีรอยโรคหรืออาการที่บ่งบอกถึงการอักเสบของโรคที่ริมฝีปาก ไม่มีบาดแผลหรือการบาดเจ็บที่ริมฝีปาก ไม่มีประวัติไวต่อสิ่งกระตุ้น หรือประวัติแพ้ลิปสติก สร้างลายพิมพ์ปากโดยใช้ลิปสติกสีเข้ม เนื้อด้าน ไม่เป็นมันวาว ลอกลายด้วยเทคนิคเทปกาวใส และปิดลงบนกระดาษ ใช้การจำแนกรูปแบบลายพิมพ์ปากของ ซูซุกิและทสึชิฮาชิ (Suzuki & Tsuchihashi Lip prints's classification) แบ่งลายพิมพ์ปากออกเป็น 6 ส่วน (quadrant)วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for window version 16 ข้อมูลทั้งหมดนำเสนอเป็นความถี่และ ร้อยละวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ Chi-Square Test ที่ระดับนัยสำคัญ p<0.05

          ผลการศึกษาพบว่ามีการกระจายตัวของรูปแบบลายพิมพ์ปากในทุกส่วนของริมฝีปาก แต่ละส่วนพบมากกว่า 1 รูปแบบ ไม่พบชนิด Type III ทั้งเพศชายและเพศหญิง และไม่พบลายพิมพ์ปากที่เหมือน  กัน ลักษณะเด่นของเพศหญิงเป็นชนิด Type I ใน Q1  (81.39%) ลักษณะเด่นของเพศชายเป็นชนิด Type V ใน Q2 (70.45%) ในการระบุเพศ จะใช้บริเวณตรงกลางของริมฝีปากล่าง (Q5th) ความกว้างขนาด 10 มิลลิเมตร เนื่องจากมักพบร่องรอยของริมฝีปากส่วนนี้มากกว่าส่วนอื่น เพศหญิงพบลักษณะเด่นเป็นชนิด Type I และเพศชายพบลักษณะเด่นเป็นชนิด Type IV p=0.000พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) กลุ่มตัวอย่างเพศชาย ระบุเพศได้ถูกต้อง 61.364% และเพศหญิง ระบุเพศได้ถูกต้อง 90.698% ความแม่นยำในการระบุเพศด้วยลายพิมพ์ปาก คิดเป็น 80.769% ดังนั้น ลายพิมพ์ปาก จึงเป็นลักษณะเฉพาะบุคคลเช่นเดียวกับลายนิ้วมือ รอยที่ถูกทิ้งไว้ในสถานที่เกิดเหตุสามารถเชื่อมโยงไปยังผู้ต้องสงสัยได้ จึงเป็นโอกาสพัฒนาในการนำลายพิมพ์ปาก มาใช้เป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ตัวบุคคลและระบุเพศในทางนิติวิทยาศาสตร์

Downloads

Download data is not yet available.

References

มัวร์ คีต แอล. (2543). The Developing Human Clinic Oriented Embryology (แปลจาก The Developing Human Clinic Oriented Embryology โดย จันทิมา รุ่งเรืองชัย และคณะ) .กรุงเทพ: บุ๊คเน็ท จำกัด.

A Nagasupriya, RaghuDhanapal, K Reena, TR Saraswathi, and CR Ramachandran. (2011). "Patterns a crime solver". Journal of Forensic Dental Science. 3(1): 3-7.

Magda Ahmed El Domiaty, SamiAwda Al-gaidi, Ahmed AbdelmoneimElayat, MahaDiaaEldeinSafwat, and Sherief Ahmed Galal. (2010). "Morphological patterns of lip prints in Saudi Arabia at AlmedinahAlmonawarah province". Forensic Science International. (200) : 179.e1-179.e9.

Monica Kinra, KarthikeyanRamalingam, SathyaSethuraman, FarzanRehman, Girish Lalawat, &Anil Pandey. (2014). "Cheiloscopy for sex determination: A study". Universal Research Journal of Dentistry. 4(1) : 48-51.

N Ghimire, P Nepal, S Upadhyay, SS Budhathoki, A Subba, and B Kharel. (2013). "Lip prints pattern: an identification tool". Health Renaissance. 11(3) : 229-233.

NasreenIshaq, EhsanUllah, Imran Jawaad, Ali Ikram, and Arif Rasheed. (2014). "Cheiloscopy: A tool for sex determination". The Professional Medical Journal . 4, 21(5): 883-887.

Qudusia Sultana, M.H. Shariff, Muhammed Asif, and Ramakrishna Avadhani. (2014). "Cheiloscopy : A scientific approach for personal identification". International Journal of Anatomy and Research. 2(4) : 668-672.

Rachana V Prabhu, Ajit D Dinkar, Vishnudas Dinesh Prabhu, and Prasanna Kumar Rao. (2012). "Cheiloscopy : Revisited". Journal of Forensic Dental Sciences. 4(1) : 47-52.

Santosh Hunasgi, AnilaKoneru, HansiniGottipati, M. Vanishree, R. Surekha, and SangameshwarManikya.(2014). "Comparison of lip prints, palatal rugae with blood group in Karnataka and Kerala population". Journal of Advanced Clinic & Research Insights.1(3) : 83-88.

Simarpreet Virk Sundhu, Himanta Bansal, Poonam Monga, and Rajat Bhandari. (2012). "Study of lip print pattern in punjabipopulation". Journal of Forensic Dental Sciences. 4(1) : 24-28.

SurajMultani, VivekThombre, Aparna Thombre, and Pratik Surana.(2014). "Assessment of lip prints patterns and its use for personal identification among the population of Rajnandgaon, Chhattisgrarh, India". Journal of International Society Preventive & Community Dentistry. 4(3) : 170-174.

T.N. Uma Maheswari, and N. Gnanasundaram.(2011). "Role of lip prints in personal identification and criminalization". Journal of Forensic Medicine and Toxicology[serial online]. 12(1) : 21.

VikashRanjan, Mysore K Sunil, and Raghav Kumar.(2014). "Study of lip prints: A forensic study" Journal of Indian Academy of Oral Medicine & Radiology. 26(1) : 50-54.

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2016-03-31