การสร้างสาวกในศตวรรษที่ 21

ผู้แต่ง

  • วิจิตรา อัครพิชญธร มหาวิทยาลัยคริสเตียน

คำสำคัญ:

การสร้างสาวก, การทวีคูณสาวก

บทคัดย่อ

          วิกฤตการณ์หนึ่งของคริสตจักรในศตวรรษที่ 21 คือ การเติบโตในด้านปริมาณโดยไม่มีการเติบโตด้านคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่มีสิ่งท้าทายต่อการสร้างสาวกมากมายผลที่เกิดขึ้นคือ คริสตจักรขาดความเข้มแข็งและไม่อาจมีอิทธิพลต่อโลกได้ บทความวิชาการนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาถึงความหมายของสาวก การสร้างสาวก เป้าหมายของการสร้างสาวก วิธีการศึกษากระทำโดยการวิเคราะห์กระบวนการสร้างสาวกของอัครทูตเปาโลและการทบทวนวรรณกรรมร่วมสมัยที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า การสร้างสาวกในยุคนี้หมายถึงการถ่ายทอดชีวิตของพระคริสต์โดยผ่านความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ โดยการใช้กระบวนทัศน์ใหม่คือการสร้างสาวกอย่างตั้งใจและเน้นความสัมพันธ์หลักการที่ควรใช้คือการทวีคูณสาวก สิ่งที่ท้าทายการสร้างสาวกในสมัยนี้ได้แก่ การวิจารณ์พระคัมภีร์ตามแนวคิดหลังสมัยใหม่และ แนวคิดมานุษยนิยมโลกานุวัตร กลยุทธ์ของการสร้างสาวกในยุคนี้ได้แก่ การเปลี่ยนผู้ไม่เชื่อให้เป็นผู้เชื่อ การเลี้ยงดูผู้เชื่อใหม่ให้เติบโตเป็นสาวก การพัฒนาสาวกให้เป็นผู้ใหญ่ และการฝึกให้เป็นผู้สร้างสาวกอีกทีหนึ่งบทความนี้มีความหวังว่าคริสตจักรจะปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์และกลยุทธ์ในการสร้างสาวกตามแนวคิดใหม่ เพื่อจะเติบโตทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณควบคู่กันไปอย่างยั่งยืน

Downloads

Download data is not yet available.

References

โคลแมน, โรเบิร์ต อี. (1995). สร้างสาวกแบบพระคริสต์. แปลโดย จิราพร ศรีเกื้อกลิ่น. กรุงเทพฯ: ทีรันนัส.

ชาน, เอ็ดมันด์. (2016). การเป็นสาวกแบบถึงรากถึงโคน: 5 คำถามเจาะประเด็น. แปลโดย สุธิดา เว็สต์สูด. กรุงเทพฯ: กนกบรรณสาร.

-------. (2016). ประเภทหนึ่ง ประเภทเดียว: การสร้างสาวกอย่างตั้งใจที่เปลี่ยนนิยามความสำเร็จให้กับพันธกิจ.กรุงเทพฯ: กนกบรรณสาร.

เพทเทอเซน, จิม. (1998). รูปแบบชีวิตสาวก. แปลโดย ปิยบุตร เต็มยิ่งยง. กรุงเทพฯ: คริสเตียนศึกษาแบ๊บติสต์.

วิจิตรา อัครพิชญธร. (2015). การเทศนาในยุคหลังสมัยใหม่. เอกสารประกอบการบรรยายในการสัมมนาการเทศนา. สถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์, 10 มีนาคม.

สต๊อทท์, จอห์น อาร์. ดับบลิว. (2000). 2 ทิโมธี. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: กนกบรรณสาร.

สมาคมพระคริสตธรรมไทย. (2011). พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิมและใหม่ ฉบับมาตรฐาน. กรุงเทพฯ: สมาคมพระคริสตธรรมไทย.

เอมส์, ลีร้อย. (1987). ศิลปะการสร้างสาวกที่หายไป. แปลโดย โรสแมรี ชาเตอร์.กรุงเทพฯ: ประเสริฐบรรณศาสตร์.

Coleman, Robert E. (1997). The Master's way of personal evangelism. Wheaton, IL: Crossway Books.

Collison, Sylvia W. (2005). "Making disciples and the Christian faith". Ecumenical Review of Theology. 29 (3) : 240-250.s.

Cunningham, Richard B. (1984). "Christianity and the contemporary humanism". Review and Expositor. 81(2) : 274.

Detwiler, David F. (1995). "Paul's approach to the Great Commission in Acts 14:21-23". Bibliotheca Sacra. (152) : 33-41.

Greenway, Roger S. (1999). Go and make disciples! An introduction to Christian missions. Phillipsburg. NJ: P&R.

Malins, Ian. (2001). Leader's Manual: Making disciples. [Online]. September 26, 2016 from https://online.flipbuilder.com/wphh/jtby/mobile/index.html#p=2.

Phillips, Keith. (1981). The making of a disciple. Old Tappan, NJ: Fleming H. Revell.

Population Reference Bureau. (2016). 2016 World Population Data Sheet. Retrieved September 26, 2016 from https://www.prb.org/Publications/Datasheets/2016/2016-world-population-data-sheet.aspx.

Tan, Florence P. L. (2009). Fulfilling the Great Commission. In F. P. L. Tan (Ed.), Connecting for Chris t: Overcoming challenges across culture. Singapore: Print Ideas. Pte.

________. (2016). Disciple making for changing times and changing churches. Retrieved on September 24, 2016 from enrichmentjournal.ag.org/200801/_040_dischangtimes.cfm.

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2017-06-30