ผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนต่อการรับรู้ความสามารถในการตรวจเต้านม ด้วยตนเองของสตรีกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเป็นก้อนที่เต้านม
Keywords:
สตรีกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นก้อนที่เต้านม, การตรวจเต้านมด้วยตนเอง, บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน, การรับรู้ความสามารถในการตรวจเต้านมด้วยตนเองAbstract
การศึกษานี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง มะเร็งเต้านมและการตรวจเต้านมด้วยตนเองต่อการรับรู้ความสามารถในการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเป็นก้อนที่เต้านม ประยุกต์ใช้รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์และแนวคิดการเรียนรู้ของกาเย่ กลุ่มตัวอย่าง คือ สตรีกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเป็นก้อนที่เต้านม อายุ 20-59 ปี เป็นญาติสายตรงเป็นผู้ป่วยมะเร็งเต้านม หรือเคยตรวจพบสิ่งผิดปกติที่เต้านม หรือเคยเป็นมะเร็งเต้านม และรับการรักษาที่ห้องตรวจโรคศัลยกรรม โรงพยาบาลตำรวจ มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 60 ราย จับคู่ให้มีความคล้ายคลึงกันในเรื่องอายุและระดับการศึกษา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 20 คน กลุ่มควบคุมได้รับการให้ความรู้ตามปกติโดยพยาบาล กลุ่มทดลอง 1 ใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กลุ่มทดลอง 2 ได้รับการให้ความรู้โดยพยาบาลร่วมกับใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีการทดสอบก่อนและหลังการทดลอง รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามการรับรู้ความสามารถในการตรวจเต้านมด้วยตนเอง และแบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และตรวจสอบความเที่ยงได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.89 และ 0.87 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย สถิติทดสอบที วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีทดสอบของบอนเฟอโรนี่
ผลการศึกษาพบว่า
1. ค่าเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถในการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเป็นก้อนที่เต้านม ภายหลังใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสูงกว่าก่อนใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. ค่าเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถในการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเป็นก้อนที่เต้านม ภายหลังการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ระหว่างกลุ่มที่ใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กลุ่มที่ได้รับการให้ความรู้โดยพยาบาลร่วมกับใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และกลุ่มที่ได้รับการให้ความรู้ตามปกติโดยพยาบาล ไม่แตกต่างกัน
ข้อเสนอแนะ
ควรวัดผลภายหลังการทดลองซ้ำและเพิ่มระยะเวลาการศึกษาให้นานขึ้น เพื่อติดตามความยั่งยืนของพฤติกรรมย่างน้อย 3 เดือน และหน่วยงานที่ให้บริการส่งเสริมสุขภาพสามารถนำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนลักษณะนี้ไปประยุกต์เป็นสื่อการสอนให้เกิดการเรียนรู้ในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพกับสตรีกลุ่มอื่นๆ ต่อไป
Downloads
Issue
Section
License
Articles in this journal are copyrighted by the x may be read and used for academic purposes, such as teaching, research, or citation, with proper credit given to the author and the journal.use or modification of the articles is prohibited without permission.
statements expressed in the articles are solely the opinions of the authors.
authors are fully responsible for the content and accuracy of their articles.
other reuse or republication requires permission from the journal."