ผลของการประยุกต์ใช้ทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคกระดูกพรุน และการสลายมวลกระดูกในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือน
Keywords:
การประยุกต์ใช้ทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม, พฤติกรรมการป้องกันโรคกระดูกพรุน, การสลายมวลกระดูก, สตรีวัยก่อนหมดประจำเดือนAbstract
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการป้องกันโรคกระดูกพรุน และการสลายมวลกระดูกในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือนก่อนและหลังได้รับกิจกรรมการประยุกต์ใช้ทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
และระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ สตรีวัยก่อนหมดประจำเดือนอายุ 30-45 ปี ที่อยู่ในระยะพฤติกรรมพร้อมที่จะปฏิบัติ ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวนกลุ่มละ 30 คน กลุ่มทดลองได้รับกิจกรรมการประยุกต์ใช้ทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ใน 2 สัปดาห์แรก และวัดผลหลังการทดลองในสัปดาห์ที่ 14 กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกค่าสลายมวลกระดูก และแบบสอบถามพฤติกรรมการป้องกันโรคกระดูกพรุน มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาคเท่ากับ .80 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา และสถิติทดสอบค่าที
ผลการวิจัย: 1) สตรีวัยก่อนหมดประจำเดือนหลังเข้าร่วมโครงการมีคะแนนพฤติกรรมการป้องกันโรคกระดูกพรุน ( = 68.73, SD = 4.59)สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการ ( = 64.67, SD = 5.83) และมีค่าการสลายมวลกระดูก ( = 0.233, SD = 0.05) น้อยกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการ ( = 0.289, SD = 0.07) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001)
2) สตรีวัยก่อนหมดประจำเดือนที่เข้าร่วมโครงการมีค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมการป้องกันโรคกระดูกพรุน ( = 68.73, SD = 4.59) ไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม ( = 66.63, SD = 6.65) (p>.05) แต่มีค่าเฉลี่ยการสลายมวลกระดูก ( = 0.233, SD = 0.05) น้อยกว่ากลุ่มควบคุม ( = 0.296, SD = 0.08) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001)
สรุป: พยาบาลที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ควรนำกิจกรรมการประยุกต์ใช้ทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม มาใช้เป็นแนวทางส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุนและชะลอการสลายมวลกระดูกในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือน
Downloads
Issue
Section
License
Articles in this journal are copyrighted by the x may be read and used for academic purposes, such as teaching, research, or citation, with proper credit given to the author and the journal.use or modification of the articles is prohibited without permission.
statements expressed in the articles are solely the opinions of the authors.
authors are fully responsible for the content and accuracy of their articles.
other reuse or republication requires permission from the journal."