สมรรถนะของหัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลเอกชนที่ผ่านการรับรองคุณภาพ โรงพยาบาลมาตรฐานระดับสากล
Keywords:
สมรรถนะของหัวหน้าพยาบาล, โรงพยาบาลเอกชน, การรับรองคุณภาพโรงพยาบาลมาตรฐานระดับสากลAbstract
วัตถุประสงค์:เพื่อศึกษาสมรรถนะของหัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลเอกชนที่ผ่านการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลมาตรฐานระดับสากล
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเชิงพรรณนา โดยใช้เทคนิคเดลฟาย
วิธีดำเนินการวิจัย: ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารโรงพยาบาลระดับสากล ด้านการบริหารการพยาบาล และด้านการศึกษาพยาบาล จำนวน 17 คน การดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาและวิเคราะห์เอกสาร เพื่อนำสาระที่ได้มาบูรณาการกำหนดเป็นกรอบในการสร้างคำถามสัมภาษณ์ และทำการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ขั้นตอนที่ 2 นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เนื้อหาร่วมกับสมรรถนะที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรม นำมาสร้างแบบสอบถามเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับความสำคัญของข้อรายการสมรรถนะในแต่ละด้าน ขั้นตอนที่ 3 นำข้อมูลที่ได้มาคำนวณหาค่ามัธยฐาน และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ จัดส่งแบบสอบถามให้ผู้เชี่ยวชาญยืนยันความคิดเห็นอีกครั้ง นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาค่ามัธยฐาน และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ เพื่อสรุปผลการวิจัย
ผลการวิจัย: สมรรถนะของหัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลเอกชนที่ผ่านการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลมาตรฐานระดับสากล ผู้เชี่ยวชาญให้ระดับความสำคัญของสมรรถนะสอดคล้องกันทุกข้อ ประกอบด้วยสมรรถนะ 10 ด้าน รวม 81 ข้อ ได้แก่ 1) สมรรถนะด้านการจัดการวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ 7 ข้อ 2) สมรรถนะด้านการจัดการงบประมาณ 9 ข้อ 3) สมรรถนะด้านความฉลาดทางอารมณ์ 10 ข้อ 4) สมรรถนะด้านการจัดการคุณภาพผลลัพธ์ทางการพยาบาล 9 ข้อ 5) สมรรถนะด้านการบริหารเชิงธุรกิจและการตลาด 10 ข้อ 6) สมรรถนะด้านการบริหารโดยยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล 9 ข้อ 7) สมรรถนะด้านการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศสมัยใหม่ 7 ข้อ 8) สมรรถนะด้านการนำสู่การเปลี่ยนแปลง 7 ข้อ 9) สมรรถนะด้านการจัดการงานที่ท้าทาย 7 ข้อ และ 10) สมรรถนะด้านการทำงานเป็นทีม 6 ข้อ
สรุป: ผลการวิจัยนี้ผู้บริหารระดับสูงสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการสรรหา วางแผน และพัฒนาสมรรถนะพยาบาลผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพยาบาล และเป็นแนวทางในการฝึกอบรมหัวหน้าพยาบาล
Downloads
Issue
Section
License
Articles in this journal are copyrighted by Faculty of Nursing, Chulalongkorn University published under the Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) license.
may be read and used for academic purposes, such as teaching, research, or citation, with proper credit given to the author and the journal.
use or modification of the articles is prohibited without permission.
statements expressed in the articles are solely the opinions of the authors.
authors are fully responsible for the content and accuracy of their articles.
other reuse or republication requires permission from the journal."