ผลการพยาบาลเพื่อลดความเจ็บปวดและการพยาบาลแบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม ต่อความกลัวการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำในเด็กวัยก่อนเรียน
คำสำคัญ:
การพยาบาลเพื่อลดความเจ็บปวด, การพยาบาลแบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม, การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบความกลัวการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำของเด็กวัยก่อนเรียน ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ กลุ่มที่ได้รับการพยาบาลเพื่อลดความเจ็บปวด กลุ่มที่ได้รับการพยาบาลแบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม และกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลเพื่อลดความเจ็บปวดร่วมกับการพยาบาลแบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม
แบบแผนงานวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ เด็กวัยก่อนเรียนที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรมพิเศษและสามัญ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ที่ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำเป็นครั้งแรก จำนวน 80 ราย สุ่มเข้ากลุ่มทดลอง 4 กลุ่มๆ ละ 20 คน ประเมินความกลัวโดยแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมความกลัวการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำของเด็กวัยก่อนเรียน มีค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ .82 และค่าความเที่ยงของการสังเกตเท่ากับ .98 วิเคราะห์คะแนนพฤติกรรมความกลัวการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำของเด็กวัยก่อนเรียนโดยการวิเคราะห์ความแปรปรวน ANOVA
ผลการวิจัย:
1) ผู้ป่วยเด็กวัยก่อนเรียนที่ได้รับการพยาบาลเพื่อลดความเจ็บปวด มีความกลัวน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2) ผู้ป่วยเด็กวัยก่อนเรียนที่ได้รับการพยาบาลแบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม มีความกลัวน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3) ผู้ป่วยเด็กวัยก่อนเรียนที่ได้รับการพยาบาลเพื่อลดความเจ็บปวดร่วมกับการพยาบาลแบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม มีความกลัวน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลเพื่อลดความเจ็บปวด กลุ่มที่ได้รับการพยาบาลแบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม กลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุป: การพยาบาลเพื่อลดความเจ็บปวดร่วมกับการพยาบาลแบบผู้ปกครองมีส่วนร่วมส่งผลให้ผู้ป่วยเด็กวัยก่อนเรียนมีความกลัวการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยเด็กวัยก่อนเรียนได้รับการพยาบาลเพื่อลดความเจ็บปวด กลุ่มที่ได้รับการพยาบาลแบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม และกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติดาวน์โหลด
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดย คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความหรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร