การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บสมอง ระดับรุนแรง โดยใช้การจัดการรายกรณี
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบ, ผู้ป่วยบาดเจ็บสมองระดับรุนแรง, การจัดการรายกรณีบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาและศึกษาผลลัพธ์ของรูปแบบการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บสมองระดับรุนแรงโดยใช้ การจัดการรายกรณี
แบบแผนงานวิจัย: การวิจัยและพัฒนา
วิธีดำเนินการวิจัย: การศึกษาแบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ วิเคราะห์สถานการณ์ ออกแบบการพัฒนารูปแบบ การทดลองใช้ และประเมินผล กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย บุคลากรสหสาขาวิชาชีพ ผู้ป่วยบาดเจ็บสมองระดับรุนแรงและญาติผู้ป่วย จำนวน 60 คน โดยใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ในการเก็บข้อมูลประกอบไปด้วยแบบสอบถามความพึงพอใจของบุคลากรสหสาขาวิชาชีพและแบบสอบถาม ความพึงพอใจของญาติผู้ป่วย
ผลจากการวิจัย:
ระยะท่ี 1 จากการวิเคราะห์สถานการณ์ พบว่า ระยะเวลารอทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เฉลี่ย 95 นาที ระยะเวลาที่อยู่รักษาในโรงพยาบาล เฉลี่ย 6 วัน, การปฏิบัติการพยาบาลดูแลผู้ป่วยยังไม่ต่อเนื่อง
ระยะที่ 2 มีการจัดทีมพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บสมองระดับรุนแรงโดยใช้การจัดการรายกรณีและออกแบบแนวปฏิบัติการพยาบาลซึ่งมีทั้งหมด 9 หมวด ประกอบด้วย การประเมินผู้ป่วยแรกรับ การพยาบาลป้องกันการเกิดแผลกดทับ การพยาบาลบรรเทาความเจ็บปวด การพยาบาลป้องกันภาวะ ความดันในกะโหลกศีรษะสูง การรักษาอุณหภูมิร่างกาย การป้องกันการพลัดตกเตียง การป้องกันการติด เชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ การบันทึกน้ำาเข้า-ออก และ การประสานกับแพทย์เมื่อมีภาวะผิดปกติ
ระยะที่ 3 เมื่อนำรูปแบบการดูแลไปทดลองใช้กับผู้ป่วย จำนวน 30 คน พบว่า ระยะเวลารอทำ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ลดลงจากเดิมโดยเฉลี่ย 58 นาที ระยะเวลาที่อยู่รักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ย 5 วัน
ระยะที่ 4 การประเมินการพัฒนารูปแบบ พบว่า ระดับความพึงพอใจของบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ อยู่ที่มากที่สุด (X = 4.87 , SD = 0.34) และระดับความพึงพอใจของญาติอยู่ที่มากที่สุด (X = 4.93, SD = 0.24)
สรุป: การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บสมองระดับรุนแรงโดยใช้การจัดการรายกรณีครั้งนี้ ทำาให้เกิดรูปแบบการดูแลที่ชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการทำางานร่วมกับบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ อย่างเป็นรูปธรรม
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดย วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความหรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร