Dengue hemorrhagic fever situation in Ban Bueng, Chon Buri Province

Authors

  • กาญจนา พิบูลย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี
  • สุรัตน์ ตันศิริ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี
  • ธรรมวัฒน์ ุปวงษาพัฒน์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี

Keywords:

Awareness, Community participation, Dengue hemorrhagic fever, Transmission

Abstract

bjective This study aimed to investigate the dengue hemorrhagic fever (DHF) situation in the community of Ban Bueng District, Chon Buri Province.

Methods A sample of 207 households from Moo 1 Nongchak Sub-district, Ban Bueng District, Chon Buri Province were surveyed. A set of standardized questionnaires consisted of dengue hemorrhagic fever awareness, preventive behavior and community participatory prevention. The house index (HI, percentage of houses positive for larvae) and containers index (CI, percentage of containers positive for larvae) were identifiedfor prevalence of dengue fever transmission. The data was analyzed by using descriptive statistics.

Results The research found that almost all of the samples (99.05%) had high levels of dengue hemorrhagic awareness. Half of them (49.80%) had high and moderate levels of dengue hemorrhagic fever preventive behavior and the majority (98.10%) had low level of participation in dengue hemorrhagic fever prevention activities in the community. For the surveillance of vector in the community, it was found that 64.73 percent of houses infested with larvae (HI) and 50 percent of water-holding containers infested with larvae (CI).

Conclusion Along with the higher house index (HI) and container index (CI) than standard criterion, as well as the moderate preventive behavior and low level of community participatory prevention activities, the community would increase a higher risk of DHF transmission. Therefore, the primary data from this study can be used to develop dengue hemorrhagic prevention model in this community.

References

1. กรมควบคุมโรค.แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคไข้เลือดออกเดงกี ฉบับเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2556

2. กรมควบคุมโรค. สถานการณ์โรคไข้เลือดออก [อินเตอร์เน็ต]. 2559 [เข้าถึงเมื่อ 20 มิถุนายน 2559]. เข้าถึงได้จาก ไข้เลือดออก &type=week&year=2558.

3. ดาว เวียงคำ, จุฑามาศ ผลมาก, พยามการดี, ศิริรัตน์ โกศัลย์วัฒน์, นวิยา กันทะมูล, สำเริง พรหมมงคล. ผลของโปรแกรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกต่อความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติ ของแกนนำชุมชน อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2560; 35: 207-14.

4. อรพินท์ พรหมวิเศษ, ชาตรี ประชาพิพัฒน์, สาโรจน์ เพชรมณี. กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยใช้เทคนิคกระบวนการ Appreciation InfluenceControl: บ้านช่องอินทนิน หมู่ 10 ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2559; 4: 167-83.

5. ภคอร โจทย์กิ่ง, ประจักร บัวผัน. การมีส่วนร่วมในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้านชุมชนสามเหลี่ยมเทศบาลนครขอนแก่น. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น. 2560; 24: 29-37.

6. กรมควบคุมโรค. คู่มือวิชาการโรคติดเชื้อเดงกีและโรคไข้เลือดออกเดงกีด้านการแพทย์และสาธารณสุข. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนดีไซน์; 2558.

7. World Health Organization. Global strategy for dengue prevention and control 2012-2020 [Internet]. 2012 [accessed January 10, 2017]. Available from: http://www.who.int/denguecontrol/9789241504034/en/.

8. กูอัณวาร์ กูเมาะ, วิลาสินี อาแว, รุ่งนภา จันทรา, อติญาณ์ ศรเกษตริน, อังสินี กันสุขเจริญ. การวิจัยการมี ส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก หมู่บ้านบางหมู ตำบลบ้านน้ำาบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า. 2559; 33: 218-29.

9. กรมควบคุมโรค. แนวทางดำเนินงานเพื่อเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง; 2558.

10. สินศักดิ์ชนม์ อุ่นพรมมี. พัฒนาการสำคัญของการสร้างเสริมสุขภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: ธนาเพรส จำกัด; 2556.

11. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี. อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกต่อประชากรแสนคน [อินเตอร์เน็ต]. 2559 [เข้าถึงเมื่อ 30 มกราคม 2559]. เข้าถึงได้จาก:http://cbi.hdc.moph.go.th/hdc/reports/report.php? source=formated/format_2.php&cat_id=7f9ab56b0f39fd053143ecc4f05354fc &id=d4034b79ce2c889f3318a624543a 4740.

12. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี. อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกต่อประชากรแสนคนเขตบริการสุขภาพที่ 6 จังหวัดชลบุรี อำเภอบ้านบึง ปี 2558 [อินเตอร์เน็ต]. 2559 [30 มกราคม 2559]. เข้าถึงได้จาก : http:/cbi.hdc.moph.go.th/hdc/reports/reportphp?source= formatedformat_2php&cat_id=7f9ab56b 0f39fd053143ecc4f05354fc&id=d403 4b79ce2c889f3318a624543a4740.

13. รัตติกร แสนวัง. การเปรียบเทียบความรู้และความตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชนระหว่างหมู่บ้านที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกสูงกับหมู่บ้านที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกต่ำ. (วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2553.

14. ชลิต เกตุแสง. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการควบคุมพาหะนำโรคไข้เลือดออกของประชาชนอำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2558; 2: 24-36.

15. ประเทือง ฉ่ำน้อย. การศึกษาระดับความรู้ การรับรู้ และพฤติกรรมการดำเนินงานควบคุม โรคไข้เลือดออกของอาสาสมัครสาธารณสุข กรณีศึกษาอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารควบคุมโรค. 2559; 42: 138-50.

16. สมศักดิ์ เลาหภิชาติชัย. การมีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชนอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย. 2557; 4: 143-50.

17. สมตระกูล ราศิริ, อารยา ประเสริฐชัย, ช่อทิพย์ บรมธนรัตน์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมในการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี. 2558; 26: 32-42.

Downloads

Published

07-08-2018

How to Cite

1.
พิบูลย์ ก, ตันศิริ ส, ุปวงษาพัฒน์ ธ. Dengue hemorrhagic fever situation in Ban Bueng, Chon Buri Province. ฺBu J Med [internet]. 2018 Aug. 7 [cited 2026 Jan. 4];5(1):1-12. available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/BJmed/article/view/138643

Issue

Section

Original article